THAI งบ Q2 กำไรสุทธิ 1.21 หมื่นลบ. รับรายได้ธุรกิจการบิน-ขนส่งเพิ่มขึ้น หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 21,955 ล้านบาท
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่าบริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ในงวดไตรมาส 2/68 จำนวนทั้งสิ้น 44,828 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 847 ล้านบาท (+1.9%) สาเหตุหลักมาจากรายได้จากกิจการขนส่งที่เพิ่มขึ้น 284 ล้านบาท (+0.7%)โดยรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท (0.1%) 
ส่วนรายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์เพิ่มขึ้น 230 ล้านบาท (+5.5%) จากปริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (RFTR) เพิ่มขึ้น 65 ล้านตัน-กิโลเมตร (+14.7%) ถึงแม้ว่ารายได้จากพัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วยลดลงร้อยละ 7.5
นอกจากนี้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากกิจการอื่นเพิ่มขึ้น 80 ล้านบาท (+3.0%) โดยหลักมาจากรายได้หน่วยธรกิจคลังสินค้า และการให้บริการของฝ่ายช่างที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้อื่นๆ เพิ่มขึ้น 483 ล้านบาท (+46.7%)
ส่วนค่าใช้จ่ายรวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 3,408 ล้านบาท (-9.0%) โดยหลักมาจากค่าน้ำมันเครื่องบินที่ลดลงตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับลดลดลง ถึงแม้ว่าปริมาณการใช้น้ำมันจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น
ขณะที่ค่าซ่อมแซมและซ่อมบำรุงอากาศยาน และค่าใช้จ่ายอื่นที่ลดลง ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนต้นทุนทางการเงิน (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) เท่ากับ 10,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4,255 ล้านบาท (+71.8%)
ทั้งนี้บริษัทฯ และบริษัทย่อยรับรู้ต้นทุนทางการเงิน (ซึ่งเป็นการรับรู้ต้นทุนทางการเงินตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 9: TFRS 9) จำนวน 3,392 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,404 ล้านบาท (-29.3%) และมีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิเป็นรายได้รวม 5,347 ล้านบาท
สาเหตุหลักจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์
ส่งผลให้ไตรมาสที่ 2 ปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิจำนวน 12,134 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 11,820 ล้านบาท โดยเป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 12,124 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.43 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทฯ มีกำไรต่อหุ้น 0.14 บาท โดยมี EBITDA จำนวน 13,408 ล้านบาท สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 4,158 ล้านบาท (+45.0%)
สำหรับผลประกอบการ ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2568 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรจากการดำเนินงานก่อนก่อนต้นทุนทางการเงิน(ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จำนวน 24.589 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 7.588 ล้านบาท (+44.6%) รายได้รวม (ไม่รวมรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว) จำนวน 96,452 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 6,516 ล้านบาท (+7.2%)
สาเหตุหลักเกิดจากรายได้จากกิจการขนส่งเพิ่มขึ้น 5,400 ล้านบาท (+6.5%) โดยมีรายได้จากค่าโดยสารและค่าน้ำหนักส่วนเกินเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.4 จากปริมาณการขนส่งผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.3 ถึงแม้รายได้จากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยคำน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัย ไม่รวมคำน้ำหนักส่วนเกิน) ต่ำกว่างวดเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 10.3 จากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
และรายได้จากค่าระวางขนส่งและไปรษณียภัณฑ์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 จากบริมาณการขนส่งพัสดุภัณฑ์ (RFTR) ที่เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.1 ตามปริมาณการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้นถึงแม้ว่ารายได้พัสดุภัณฑ์เฉลี่ยต่อหน่วย (รวมค่าธรรมเนียมชดเชยค่าน้ำมันและค่าเบี้ยประกันภัย ไม่รวมค่าไปรษณียภัณฑ์) ต่ำกว่างวดเตียวกันของปีก่อนร้อยละ 5.5 ก็ตาม
นอกจากนี้รายได้จากกิจการอื่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.8 สาเหตุหลักเกิดจากรายได้หน่วยธุรกิจคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งออกสินค้าที่เพิ่มขึ้น และการให้บริการของฝ่ายช่างเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกันบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว สาเหตุหลักจากกำไรจากการยกเลิกสัญญาเช่าเครื่องบิน กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศสุทธิ ผลขาดทุนจากการต้อยค่าของสินทรัพย์ ขาดทุนจากการด้อยค่าจึงเป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 และผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าจากตราสารอนุพันธ์
โดยในงวดครึ่งปีแรกของปี 2568 มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวสุทธิ เป็นรายได้รวม 4,259 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 21,973 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 19,235 ล้านบาท (+702.5%) โดยเป็นกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 21,956 ล้านบาท คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.78 บาท ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่บริษัทฯ มีกำไรต่อหุ้น1.24 บาท เนื่องจากจำนวนหุ้นสามัญของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นขึ้นจากการปรับโครงสร้างทุนภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ อย่างไรก็ดีหากคำนวณจากจำนวนหุ้นในปัจจุบัน กำไรต่อหุ้นสำหรับงวดหกเดือนปี 2567 เท่ากับ 0.10 บาท
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท
BJC โดนลงโทษ! โบรกฯ หั่นประมาณการหนัก หลังคาดกำไร Q1-2/69 ดิ่งแรง