KTC เสี่ยงถูกบังคับขายซ้ำ หากยังหาหลักประกันมาวางเพิ่มไม่ได้ โบรกฯ แนะ รอแรงขายหยุดแล้วค่อยเข้าซื้อ
KTC ยังสาหัส! นักวิเคราะห์ชี้ถ้านักลงทุนที่นำหุ้น KTC ไปวางเป็นหลักประกัน ไม่สามารถหาหลักประกันมาวางเพิ่ม หรือนำเงินมาจ่ายชำระหนี้ได้ อาจมีการบังคับขายต่อในวันนี้ได้อีก แนะแรงขายหยุดแล้วค่อยเข้าซื้อ เชื่อว่า KTC ยังจะสามารถทำกำไรได้นิวไฮต่อเนื่องในปีนี้ได้
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประเด็น ราคาหุ้น KTC เมื่อวานนี้ ร่วงติดฟลอร์ (-15% ตามเกณฑ์ชั่วคราวของตลาดหลักทรัพย์ฯ) ที่ระดับ 29.50 บาท ลดลง 5.25 บาท หรือ -15.11% มูลค่าการซื้อขายกว่า 513 ล้านบาท สาเหตุการลดลงมีกระแสข่าวว่า ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ใน KTC ถูกบังคับขาย (Force sell)
ทั้งนี้มีรายงานสรุปหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นของตลาดหลักทรัพย์ ณ เดือนพ.ค. 2568 พบว่ามีการนำ KTC มาใช้เป็นหลักประกัน 420.2 ล้านหุ้น คิดเป็น 16.3% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
โดยจากการสอบถามไปทาง IR KTC ได้รับคำตอบว่าผลการดำเนินงานยังคงเป็นปกติ ผลประกอบการ 5 เดือนปี 68 การเติบโตของสินเชื่อยังโตได้ตามสถานการณ์เศรษฐกิจแม้ไม่ค่อยดีนัก แต่รายได้ยังคงทรงตัว ขณะที่การติดตามทวงถามหนี้ยังทำได้ใกล้เคียงเดิม
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการปรับตัวลดลงหนักของราคาหุ้น KTC ไม่น่าจะมาจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยพื้นฐานของหุ้นแต่อย่างใด ขณะที่ KTB ยังคงยืนยันสัดส่วนการถือหุ้นใหญ่ที่ระดับ 49.29% ไม่มีแผนการลดสัดส่วนการถือหุ้น
ดังนั้นมีโอกาสที่จะเป็นการถูก Force sell ตามที่เป็นกระแสข่าว อย่างไรก็ดี หากถูก Force sell จริง ถ้านักลงทุนที่นำหุ้น KTC ไปวางเป็นหลักประกัน ไม่สามารถหาหลักประกันมาวางเพิ่ม หรือนำเงินมาจ่ายชำระหนี้ได้ อาจมีการบังคับขายต่อในวันนี้ได้อีก ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของ KTC ไม่เปลี่ยนแปลง และยังเชื่อว่า KTC ยังจะสามารถทำกำไรได้นิวไฮต่อเนื่องในปีนี้ได้ คงรอเพียงแรงขายหยุดแล้วค่อยเข้าซื้อ โดยมีราคาเป้าหมายที่ 42 บาท
ยอดนิยม
TFG เดินหมากปี 69 ยกระดับธุรกิจผ่านร้านค้าปลีก พร้อมรุกเวียดนามเต็มสูบ
BCP จ่ายปันผล 1.05 บาท ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 2 มี.ค.นี้ กำหนดจ่ายปันผลวันที่ 24 เม.ย.69
TU งบปี 68 กำไรวูบ 7.5% หลังเจอพิษค่าเงิน-ภาษีสหรัฐฯ ตั้งเป้าปี 69 ยอดขายเติบโต 3-4%
รายย่อยเก็บกด! เดือนก.พ. ระบายของ ขายหุ้นไทยไม่ยั้ง มูลค่าพุ่ง 4.7 หมื่นล้านบาท