จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : นายกฯหนุนใช้เทคโนโลยีเดินหน้า “รัฐบาลดิจิทัล” ดันผลงาน ITNS ปี 66 ทำนิวไฮ


15 มีนาคม 2566
รัฐบาลสนับสนุนการพัฒนาและวางพื้นฐานด้านเทคโนโลยี หวังนำพาประเทศไปสู่การมีรัฐบาลดิจิทัล  ซึ่งส่งผลดีต่อ บมจ.อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค ซิสเต็ม (ITNS) ในฐานะผู้ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร
รายงานพิเศษ นายกฯหนุนใช้เทคโนโลยีเดินหน้150323.jpg
รัฐบาลดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัล ยังเป็นเป้าหมายหลักของรัฐบาลพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม  ที่ให้น้ำหนักกับการพัฒนาพื้นฐานระบบเทคโนโลยี  เพื่อเน้นย้ำการดำเนินงานภาครัฐให้เกิดการบูรณาการ เดินหน้าสู่รัฐบาลดิจิทัล พัฒนานวัตกรรม เทคโนโลยีมาปรับใช้กับระบบงานให้ทันสมัย

โดยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการทำงานโดยสั่งการให้หน่วยงานภาครัฐเร่งเดินหน้าบูรณาการการทำงานตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน โดยกระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินงานทำหนังสือเดินทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Passport) ที่จะนำไปสู่รูปแบบดิจิทัลพาสปอร์ต (Digital Passport) ซึ่งเชื่อมโยงกับระบบ Digital ID (ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล) ของกระทรวงมหาดไทย

ในขณะที่ ระบบ e-Visa (www.thaievisa.go.th) ก็ได้เริ่มดำเนินการแล้วในสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ของไทยกว่า 38 แห่งใน 23 ประเทศทั่วโลก โดยจะมีการเก็บข้อมูลผู้ใช้งานในระบบ Cloud และเพิ่มคุณสมบัติใหม่ๆ เช่น การตรวจสอบรายชื่อ การเตือนภัยบุคคลที่ถูกขึ้นบัญชีดำ รวมถึงปรับปรุงการค้นหาผ่านระบบให้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมตั้งเป้าหมายเปิดให้บริการทุกประเทศที่มีสถานเอกอัครราชทูต และสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ภายใน 3 ปี

ทั้งนี้กระทรวงการต่างประเทศยังได้ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) และการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.) เพื่อเตรียมอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาในไทยมากขึ้น 
       
"นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำและสั่งการให้ทุกภาคส่วนของรัฐบูรณาการการทำงาน ลดขั้นตอน นำเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบงานให้ทันสมัย สะดวก รวดเร็ว และทันใจ มุ่งมั่นอำนวยความสะดวกในการติดต่อหน่วยงานภาครัฐให้กับประชาชน ซึ่งพร้อมกันนี้จะส่งผลดีกับการดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจ อำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยว ซึ่งล้วนเป็นผลมาจากการวางรากฐานการเดินหน้านโยบายรัฐบาลดิจิทัล/ราชการ 4.0 ตอบโจทย์ และเท่าทันกับยุคสมัยในปัจจุบัน" 

นโยบายการพัฒนาไปสู่รัฐบาลดิจิทัล  สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของ บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล เน็ตเวิร์ค ซิสเต็ม จำกัด (มหาชน) (ITNS)  ซึ่งผู้ประกอบการในธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยเป็นผู้ออกแบบและติดตั้งระบบเครือข่ายและระบบสื่อสารอย่างครบวงจร (System Integrator) พร้อมทั้งจำหน่ายอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร การให้บริการซ่อมแซมและบำรุงรักษาอุปกรณ์ และการให้เช่าอุปกรณ์

ซึ่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ITNS “สมชาย อ่วมกระทุ่ม” ระบุ แผนการดำเนินธุรกิจในปี 66 บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายการเติบโตของรายได้อยู่ที่ประมาณ 20-30%  จากธุรกิจจำหน่ายอุปกรณ์ และให้บริการติดตั้ง  ส่วนธุรกิจให้บริการดูแลและบำรุงรักษาระบบภายหลังการขาย คาดเติบโตประมาณ 10% และธุรกิจให้เช่าอุปกรณ์ คาดการณ์เติบโตประมาณ 100% ตามแผนกลยุทธ์การขยายธุรกิจของ ITNS
          
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือรอรับรู้รายได้ (Backlog) รวมทั้งสิ้น 406 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้ไปจนถึงปี 70 พร้อมกันนี้บริษัทอยู่ระหว่างเตรียมเข้าประมูลงานใหม่รวมมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท คาดทยอยรู้ผลภายในเร็วๆ นี้ ทำให้เชื่อมั่นว่าผลการดำเนินงานปีนี้จะสามารถสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ต่อเนื่องจากปีก่อน
ขณะที่ บล. คิงส์ฟอร์ด แนะนำ "ซื้อ" ที่ราคาเป้าหมาย 4.92 บาท  โดยวิเคราะห์ว่า ปัจจุบันบริษัท ประเมินกำไรสุทธิในปีนี้ที่ 70.45 ลบ. (+27.76%) เติบโตตามปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น โดย ณ สิ้นปี 65 บ.มี backlog มูลค่าราว 417 ลบ. คาดว่าจะรับรู้ในปี 66 ที่ 332 ลบ. ขณะที่เราคาดว่าช่วงครึ่งปีแรกนี้จะเห็นปริมาณงานเพิ่มขึ้นราว 500 ลบ. (งานที่บ.เข้าร่วมประมูลในช่วง ม.ค.66-ก.พ.66 อยู่ที่ราว 280 ลบ.) 

สำหรับทิศทางการดำเนินงานในระยะถัดไปคาดว่า นอกจากงาน System Intregation ที่เป็นงานขายและติดตั้งจะเพิ่มขึ้นแล้ว งานในส่วนที่เป็น recurring income อย่างงาน Maintainance และ งานให้เช่า ก็จะเพิ่มขึ้นไล่ขึ้นมาเช่นกัน(หลังได้งานติดตั้งก็ทำงานบำรุงในโครงการต่อ/ งานให้เช่ามีศักยภาพมากขึ้นหลังจากได้เงินจาก IPO) โดยทางผู้บริหารให้เป้าการเติบโตรายได้ในระยะ 3-5 ปีที่ราว 25-30%/ปี
        
จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นว่า พอร์ตสปส.ได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองหุ้นมีเพียง 2 แห่ง ประกอบด้วย หุ้น PTT ล่าสุดถือครอง 503,269,619 หุ้น จากเดิมที่ถือ 440,198,900 หุ้น และหุ้น OR ถือครอง  87,975,134 หุ้น จากเดิมที่เคย 68,257,211หุ้น 

เมื่อพิจารณาการเคลื่อนไหวราคาหุ้น PTTและOR ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงปัจจุบัน จะเห็นว่าราคาหุ้นปรับลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้น OR ราคาหุ้นได้ปรับตัวลดลงระดับต่ำสุดตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 โดยระดับราคาต่ำสุดอยูที่ 19.80 บาท ณ วันที่ 14 มีนาคม 2566 โดยการเข้ามาลงทุนเพิ่มสัดส่วนถือหุ้นของพอร์ตลงทุนของสปส.เข้ามาก่อนที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลดลง ดังนั้นเมื่อราคาหุ้นปรับลดลงมูลค่าการถือครองในพอร์ตลงทุนก็ย่อมลดลงด้วยเช่นกัน