TTB แจงงบไตรมาส 1/68 มีกำไรสุทธิ 5.09 พันลบ. ลดลง 5.2% เหตุรายได้ดอกเบี้ย - NIM หดตัว
ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์ฯว่ากำไรสุทธิในไตรมาส 1/2568 อยู่ที่ 5,096 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% จากไตรมาสก่อนหน้า หนุนโดยการควบคุมต้นทุนทางการเงินที่ดีการบริหารต้นทุนในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดต้นทุนด้านความเสี่ยง แต่ลดลง 5.2% จากช่วงเวลาเดียวกันปีก่อน
สำหรับไตรมาส 1/68 ธนาคารมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิอยู่ที่ 13,219 ล้านบาท ลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า การลดลงส่วนใหญ่เป็นผลจากอัตราผลตอบแทนสินเชื่อที่ลดลงหลังจากการปรับลดของดอกเบี้ยนโยบายและกลยุทธ์การเติบโตสินเชื่ออย่างระมัดระวังท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ดี การบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดีช่วยลดผลกระทบดังกล่าว ในด้านของค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงจากทั้งต้นทุนเงินฝากและต้นทุนของเงินกู้ยืม ตามดอกเบี้ยที่ปรับตัวลงและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ด้านเงินฝากและการบริหารจัดการหนี้สินและเงินกู้ยืม
เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ลดลง 8.2% ตามแนวโน้มดอกเบี้ยนโยบายขาลงส่งผลให้อัตราผลตอบแทนจากสินเชื่อได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ย รวมไปถึงความต้องการในตลาดรถยนต์ที่ชะลอตัว ในขณะที่ผลตอบแทนจากเงินลงทุนปรับตัวดีขึ้นจากการบริหารจัดการพอร์ตเงินลงทุนเชิงรุก
ขณะที่ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ย (NIM) อยู่ที่ 3.19% ในไตรมาส 1/68 ลดลงจาก 3.25% ในไตรมาสก่อนหน้า และลดลง จาก 3.28% ในไตรมาส 1/67 เป็นตามที่ธนาคารคาดไว้ว่า NIM จะอยู่ในระดับสูงสุดในปี 2567 ก่อนที่จะค่อยๆ ปรับตัวลดลงตามวัฏจักรดอกเบี้ยขาลงในปีนี้
อย่างไรก็ดี เนื่องจากสัดส่วนสินเชื่อส่วนใหญ่ของธนาคารเป็นสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed-rate loan) ประกอบกับแนวทางการปรับโครงสร้างสินเชื่อไปสู่สินเชื่อรายย่อยที่ให้ผลตอบแทนสูงมากขึ้น จึงช่วยลดผลกระทบต่ออัตราผลตอบแทนสินเชื่อจากการปรับลดดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเร็วกว่าคาด
ในขณะเดียวกันธนาคารยังคงควบคุมต้นทุนทางการเงินได้ดีเป็นผลจากระดับเงินฝากที่ลดลงตามแผนบริหารสินทรัพย์และหนี้สินเพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตด้านสินเชื่อ รวมไปถึงบริหารจัดการพอร์ตหนี้สินและเงินกู้ยืมอย่างมีประสิทธิภาพ
ทั้งนี้ การลดลงจากช่วงเดียวกัน สาเหตุหลักมาจากสภาวะดอกเบี้ยในช่วงไตรมาส 1/67 ซึ่งโดยรวมอยู่ในระดับที่สูงกว่า จึงส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสินเชื่ออยู่ในระดับที่สูงกว่าในไตรมาสนี้ด้านต้นทุนทางการเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ธนาคารควบคุมได้ดีและลดลง นอกจากนี้ด้วยการบริหารจัดการพอร์เงินลงทุนเชิงรุกในช่วงที่อัตราผลตอบแทนในตลาดมีความผันผวน ส่งผลให้ผลตอบแทนจากพอร์ตเงินลงทุนเพิ่มสูงขึ้น
ยอดนิยม
หุ้นไทยโหมดพุ่งไม่พัก! 6 วันบวกแรง 82 จุด เหลืออีกแค่ 70 จุด ชนเป้าปี 69 โบรกฯ
เม็ดเงินกำลังย้ายขั้ว! หลังอินโดฯ เสี่ยงถูกลดน้ำหนัก MSCI เปิดทาง Fund Flow ไหลเข้า “หุ้นไทย”
GULF จับมือ Google Cloud “สารัชถ์” ชี้เพื่อผลักดันให้กลุ่มบริษัท ก้าวสู่การเป็นผู้นำในยุค AI
สรุปงบหุ้นกลุ่ม “ธนาคาร” KBANK ครองแชมป์ กำไรสูงสุดประจำปี 68 KTB เบียดแซง BBL-SCB ขึ้นเบอร์ 2