Talk of The Town

SCC กระแสเงินสดในมือยังแกร่ง แม้โรงงาน “ROC” หยุดผลิตชั่วคราว หลังเกิดเหตุตึงเครียดช่องแคบ “ฮอร์มุซ”


10 มีนาคม 2569

SCC เงินสดในมือยังแกร่ง_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

นาย ธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC ขอเรียนให้ทราบว่าจากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ (Hormuz) ซึ่งเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญ ได้ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้เกิดข้อจำกัดในการจัดหาแนฟทา (Naphtha) และโพรเพน (Propane) ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิตของโรงงานโอเลฟินส์ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์

จากการประเมินสถานการณ์ดังกล่าว ที่มีความยืดเยื้อและไม่แน่นอน ส่งผลให้วัตถุดิบในการผลิต บางส่วนยังไม่สามารถขนส่งมายังประเทศปลายทางได้ตามแผน ดังนั้นเพื่อรับมือกับเหตุสุดวิสัยดังกล่าว จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงานบริษัทระยองโอเลฟินส์ จำกัด (หรือ “ROC”) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์เป็นการชั่วคราว

โดย ROC ได้ประกาศเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ต่อคู่ค้าและ ลูกค้าตามสิทธิที่กำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้องแล้วในการหยุดโรงงาน ROC ดังกล่าวมีผลกระทบต่อต้นทุน โดยประมาณ 150 ล้านบาทต่อเดือน เนื่องจาก ROC เป็นโรงงานที่มีประสิทธิภาพสูง (Highly Efficiency) ด้วยเทคโนโลยีอัตโนมัติในการดำเนินงาน (Automation & Digitalization)

ทั้งนี้ กลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนให้สอดคล้องกับ สถานการณ์ที่ไม่แน่นอนนี้โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ นอกเหนือจากการหยุดโรงงาน ROC ข้างต้นการดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่นๆ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจี ยังคงดำเนินการตามปกติ โดยมีการปรับการดำเนินงานให้เข้ากับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

SCC ขอเรียนว่าเอสซีจีมีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีเงินสดในมือเพียงพอหากสถานการณ์ ยืดเยื้อ โดยในปี 2568 เอสซีจีมี Adjusted EBITDA รวม 55,012 ล้านบาท (ซึ่งเป็นสัดส่วนจากกลุ่มธุรกิจ เคมิคอลส์ประมาณ 4,000 ล้านบาท การหยุดโรงงาน ROC เป็นการชั่วคราวจึงไม่กระทบกับธุรกิจอย่างมีนัยยะ) และหากมีความคืบหน้าที่สำคัญบริษัทจะแจ้งให้ทราบต่อไป

SCC