PTT-PTTEP รับบทหนัก เหตุราคาน้ำมันดิบดิ่งแรงในรอบ 3 ปี เซ่นพิษทรัมป์ป่วนโลก-OPEC+ เพิ่มกำลังผลิต
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรง จากความกังวลจากผลกระทบของการออกมาตรการภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (US) และการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันโดยฉับพลันของ OPEC+ นักวิเคราะห์มองจิตวิทยาลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อาทิ PTTEP, PTT
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า OPEC+ ประกาศเร่งการถอน voluntary production cuts เร็วขึ้นในเดือน พ.ค.2568 โดยวานนี้ ที่ประชุมออนไลน์ของประเทศสมาชิก OPEC+ 8 ประเทศ (รวมถึง ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน) ได้ตกลงที่จะเร่งการถอนการลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจ (voluntary production cuts) ในเดือน พ.ค.2568
โดยจะปรับเพิ่มขึ้นมา 411 พันบาร์เรลต่อวัน (kbd) (เทียบเท่าการปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน 3 เดือนของแผนก่อนหน้านี้) โดยยังคงเงื่อนไขว่าการปรับเพิ่มรายเดือนสามารถที่จะหยุดหรือกลับรายการได้ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาด
ทั้งนี้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบ 3 ปี โดยวานนี้ ราคาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า Brent ปรับตัวลดลง 6.4% เป็น 70.1 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลงแรงที่สุดในรอบ 3 ปี จากความกังวลจากผลกระทบของการออกมาตรการภาษีนำเข้าแบบตอบโต้ (reciprocal tariff) ของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (US) และการเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันโดยฉับพลันของ OPEC+
ขณะที่เตรียมเสนอแผนอัพเดตชดเชย overproduction ประเทศสมาชิกยังคงย้ำถึงความตั้งใจในการชดเชยการผลิตน้ำมันที่เกินโควตา (overproduction) ตั้งแต่เดือน ม.ค.2567 และจะส่งแผนอัพเดตให้กับสำนักเลขาธิการโอเปก (OPEC Secretariat) ภายใน 15 เม.ย.2568
นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกทั้ง 8 ประเทศจะจัดประชุมรายเดือนเพื่อทบทวนภาวะตลาด การปฏิบัติตามข้อตกลงและการชดเชย โดยจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 5 พ.ค.2568
ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นลบต่อแนวโน้มราคาน้ำมันดิบในระยะสั้น โดยมองว่าการเพิ่มอุปทานน้ำมันที่เป็นไปได้โดยฉับพลันจะเป็นปัจจัยกดดันหุ้นกลุ่มน้ำมันโดยระยะสั้น แต่ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 73 ดอลลาร์/บาร์เรล เทียบกับ ราคาต้นปีถึงปัจจุบันที่ 75.8 ดอลลาร์/บาร์เรล
สำหรับภาพระยะกลาง อุปทานน้ำมันโลกก็ยังอาจลดลงจากการประกาศแผนลดกำลังการผลิตน้ำมันเพื่อชดเชยการผลิตส่วนเกินของ OPEC+ และการคว่ำบาตร (sanction) อุตสาหกรรมน้ำมันโดย US เพิ่มเติม
ดังนั้นยังคงน้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด” สำหรับกลุ่มพลังงาน และคาดหุ้นน้ำมันได้รับปัจจัยกดดันจากอุปทานที่เป็นไปได้ที่สูงขึ้นในระยะสั้น
อย่างไรก็ดี สำหรับภาพระยะกลาง-ยาว มองว่า PTTEP (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 160.00 บาท) ยังคงมีความน่าสนใจจากความผันผวนของกำไรที่ต่ำกว่าบริษัทพลังงานอื่น (ปกติ ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันจะมีผลล่าช้าประมาณ 6 เดือนต่อราคาขายก๊าซธรรมชาติ (gas ASP)) และอัตราตอบแทนเงินปันผลที่สูง ขณะที่ OR (แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท) จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลง
ขณะที่ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ประเด็นราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง แรงกดดันหลักมาจากผลกระทบของภาษีนำเข้าสหรัฐ 10% ที่เก็บทุกประเทศเมื่อวาน และเก็บส่วนเพิ่ม (Reciprocal Tariff) คาดกระทบต่อการบริโภคน้ำมัน และผลประชุม OPEC+ มีมติเพิ่มการผลิตน้ำมันดิบ จากเดิมที่เดือน พ.ค. - ก.ค. 2568 จะเพิ่มราว 134-140 พันบาร์เรล/วันเป็นรวบของ มิ.ย.-ก.ค. มารวมกับ พ.ค. ทีเดียว 411 พันบาร์เรล/วัน ส่งผลให้ supply น้ำมันดิบที่จะออกมาสู่ตลาดเร่งตัวขึ้น
โดยมองเป็นจิตวิทยาลบต่อหุ้นกลุ่มพลังงานต้นน้ำ อาทิ PTTEP, PTT ในทางตรงข้ามเป็นจิตวิทยาบวกต่อหุ้นกลุ่ม Anticommodity อาทิ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง กลุ่มโรงไฟฟ้า GPSC, GULF กลุ่มที่มีต้นทุนเป็นน้ำมัน อาทิ กลุ่มสายการบิน AAV, BA
ยอดนิยม
GULF โชว์กำไรปี 68 แตะ 8.6 หมื่นลบ. บอร์ดเคาะจ่ายปันผล 3.25 บาท ตั้งเป้าปี 69 รายได้โตกว่า 10-15%
TTB ประกาศซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 วงเงินไม่เกิน 9,614 ลบ. เริ่ม 20 ก.พ.นี้ ลั่นไม่กระทบสภาพคล่อง-ไม่เสี่ยงต่อธุรกิจ
OR ผนึก CENTEL ลุยธุรกิจโรงแรมราคาประหยัด ทุ่มงบลงทุนก้อนแรก 346 ล้านบาท
“สารัชถ์” รับทรัพย์ก้อนโต ปันผล GULF ปีเดียวโกย 1.4 หมื่นล้าน STECON ร่วมแจม! ฟาดหนัก 736 ลบ.