แรงสุดๆ กับ 8 หุ้นใหญ่ในดัชนี SET50 ที่เวลาผ่านไป 1 เดือนเศษๆ ของปี 2568 พบว่า หากอ้างอิงข้อมูลนับจากต้นปี 2568 ถึงปัจจุบัน (4 ก.พ.68) ราคาหุ้นสามารถยืนในแดนบวก ซึ่งสวนทางดัชนีตลาดหุ้นไทยในช่วงเวลาเดียวกันที่ปิดลบไปสูงถึง 99 จุด 
โดยอันดับ 1 ที่ราคาหุ้นบวกแรงสุดในช่วงเวลาข้างต้น คือ KTB ที่ราคาหุ้นบวกสูงถึง 10% และหากเข้าไปสำรวจปัจจัยพื้นฐานพบว่า นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 25 บาท
โดยในปี 2568 คาดจะมีกำไรสุทธิ 45,991 ล้านบาท โต 4.9% จากปีก่อน หนุนจาก 1.พอร์ตสินเชื่อรวมที่ขยายตัวดีทั้งในส่วนของสินเชื่อโครงการรัฐฯ ที่จะเพิ่มขึ้นตามการเร่งเบิกจ่ายเพื่อดำเนินโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ และ โครงการก่อสร้างต่างๆ
2.รายได้ค่าธรรมเนียมคาดโตต่อเนื่อง หนุนจากการทำ Cross Selling เพื่อขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินให้กับฐานลูกค้าเดิม และการเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมจาก “เป๋าตัง” และ 3. คาดการตั้งสำรองมีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังคุณภาพสินทรัพย์ของ KTB อยู่ในระดับที่แข็งแรง สะท้อนจากสัดส่วนลูกหนี้ Stage 2 และ NPL ที่ปรับตัวลง
อันดับ 2 คือ SCB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ยังชอบ SCB โดยมองผลดำเนินงานมีโอกาสเติบโตจากทั้งการขยายธุรกิจใหม่ในกลุ่ม Gen 2 และการลดค่าใช้จ่ายดำเนินงานในกลุ่ม Gen 3 ประกอบกับคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” มูลค่าพื้นฐานปี 2568 ที่ 130 บาท
คาดจะมีการจ่ายปันผลที่โดดเด่น โดยคาดปันผลจากกำไรสุทธิครึ่งหลังปี 2567 หุ้นละ 7 บาท คิดเป็น Div. Yield 5.7% และคาดปันผลสำหรับปี 2568 หุ้นละ 9.4 บาท คิดเป็น Div. Yield 7.6%
สำหรับปี 2568 คาด SCB จะมีกำไรสุทธิ 45,435 ล้านบาท โต 3.4% จากปีก่อน หนุนจาก 1. คาดสินเชื่อรวมขยายตัวต่อเนื่อง (บริษัทตั้งเป้าสินเชื่อโต 1-3% จากปีก่อน) โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen 2 ซึ่งเป็นธุรกิจConsumer Finance ทั้งในส่วนของ CardX และ Auto X ที่ให้ผลตอบแทนสูง เพื่อลดผลกระทบของ NIM ที่ถูกกระทบจากการลดดอกเบี้ยเงินกู้
2.รายได้ค่าธรรมเนียมคาดปรับตัวดีขึ้น จากการทำ Cross Selling ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ทั้งในส่วนของธุรกิจนายหน้าประกัน และ Wealth Management
3. คาดการตั้งสำรองมีโอกาสชะลอลง สอดรับกับเป้าหมายของบริษัทที่ตั้งเป้าCredit Cost ที่ 1.5-1.7% จากปี 2567 ที่ 1.8% โดยคาด Credit Cost ปี 2568 ที่ 1.7% หลังความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้สินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลของ Card X ฟื้นตัวขึ้น
และอันดับ 3 TTB นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประมาณการกำไรปี 68 ของ TTB ที่ทางฝ่ายคาดว่าจะอยู่ที่ 2.4 หมื่นล้านบาท หากซื้อหุ้นคืนได้ครบจำนวนจะทำให้กำไรต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 0.28บาท/หุ้น จากเดิมที่ 0.27บาท/หุ้น และจะทำให้ราคาพื้นฐานปรับเพิ่มเป็น 2.50 บาท
อย่างไรก็ตามเพื่อความ Conservative ทางฝ่ายจะยังคงประมาณการกำไร และยังคงราคาพื้นฐาน 2.18 บาทไว้ก่อนซึ่งเมื่อเทียบกับราคาหุ้นในปัจจุบันก็ยังเหลือส่วนต่างอยู่พอสมควรจึงยังคงแนะนำ “ซื้อ”
ยอดนิยม
“กรณ์” จี้ กลต.ระงับโอนเงิน! หลัง CAI เทขาย BCPG หนัก กลางข่าวฉาว! ฟอกเงินข้ามชาติ
BCPG เคลียร์ปมร้อน หลัง CAI โดนสอบปมเอี่ยวฟอกเงิน ย้ำแค่ผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนบริหาร
สัญญาณอันตราย! วิกฤตน้ำมัน ดันต้นทุน บจ. พุ่ง โบรกฯ หั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,440 จุด
เช็กด่วน! 54 หุ้น กำลังขึ้น XD รอบครึ่งหลังเดือน มี.ค.นี้