สแกน 9 หุ้น SET 100 ลุ้นรีบาวด์ หลัง Valuation อยู่ในโซนลงทุน แถมมีปัจจัยหนุนขับเคลื่อนชัดเจน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หลังจากวานนี้ SET เผชิญความผันผวนจากแรงขายรุนแรงช่วงเปิดตลาด ก่อนรีบาวน์มีนัยฯ +2.6% มาปิดที่ 1304.39 จุด ทำให้ทีมกลยุทธ์ทำการศึกษารูปแบบการเคลื่อนไหวของ SET ที่มีภาพการฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดระหว่างวันสูงเกิน 2.6% พบว่า รูปแบบดังกล่าวเคยเกิดขึ้น 11 ครั้ง 
โดยแบ่งเป็น รูปแบบตลาดกลับตัว (Reversal) 6 ครั้ง (วันที่ 13 มี.ค. 20, 20 มี.ค. 20, 7 เม.ย. 20, 19 มี.ค. 20, 12 พ.ค. 21 และ 24 ธ.ค. 20) แกว่งตัวขึ้น (Sideways Up) 3 ครั้ง (4 ม.ค. 21, 2 เม.ย. 20, 5 ม.ค. 21) และเป็นภาพ Technical Rebound 1 ครั้ง (27 ก.พ. 20) ซึ่งมีสาเหตุมาจากการระบาดเชื้อ COVID ที่ยังสร้างแรงกดดันทางลบต่อตลาดเพิ่มเติม จนนำมาสู่แนวทาง Lockdown ประเทศต่างๆในภายหลัง
ในรอบนี้ ทีมกลยุทธ์ให้น้ำหนักจะเกิดภาพ Reversal (80%) ส่วน Technical Rebound (20%) ประเมินความเสี่ยงที่กดดันตลาดปรับตัวลดลงต่อจะอยู่ที่การใช้นโยบายสงครามการค้าของคุณ Trump ที่เข้มงวดขึ้น
อย่างไรก็ตาม หากอิงภาพสภาวะปัญหาเงินเฟ้อ จนทำให้ Fed ยังต้องใช้ดอกเบี้ยนโยบายระดับสูง, นโยบายหลักๆที่ Trump 2.0 ที่ขับเคลื่อนได้เร็ว ล้วนสร้างความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและเศรษฐกิจ เชื่อว่า Trump มีแนวโน้มเลือกใช้กลยุทธ์ใช้นโยบายที่สร้างความเสี่ยงค่อยเป็นค่อยไป จนกว่าระดับเงินเฟ้อและดอกเบี้ยนโยบาย
รวมถึงมีความชัดเจนในส่วนนโยบายที่จะหนุนเศรษฐกิจ อาทิ การลดภาษีบุคคลและนิติบุคคลที่คาดมีความชัดเจนช่วงปลายปี 2025F ซึ่งจะถือเป็นบรรยากาศที่เอื้อต่อการเร่งนโยบายที่สร้างความเสี่ยงมากขึ้น
กลยุทธ์ โซนปัจจุบันแนะนำทยอยสะสมหุ้น ระยะสั้นเน้นกลุ่มที่มีโอกาส Rebound แรง (อ่าน SET100 Rebound Plays) ระยะกลาง-ยาว เน้นหุ้น Domestic ที่มีปัจจัยขับเคลื่อนหุ้นที่ชัดเจน ADVANC, AMATA, BA, BTS, ERW, KBANK, TTB
SET100 Rebound Plays
ทั้งนี้อิงภาพ SET ตั้งแต่ต้นปีที่เหวี่ยงผันผวนจนผลตอบแทน ลดลงกว่า -7.8% ขณะที่หุ้นใหญ่หลายบริษัทปรับตัวลงแรงกว่าตลาด จน Valuation อยู่ในโซนลงทุน อิงเกณฑ์ 1.) หุ้นปัจจุบันมีปัจจัยขับเคลื่อนที่ชัดเจน 2.) Deep Discount ในเชิง Valuation ทั้งในแง่ของ PE Band, PBV Band และ EV/EBITDA Band และ 3.) ปรับตัวลงลึกกว่าตลาด เรามองชุดหุ้นที่มีโอกาสฟื้นตัว Rebound ได้เร็ว ดังนี้
ชุดที่ 1 คือ กลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตสูง AAV (ปรับตัวลดลง -23.9%ytd, Z-score PE Band Avg -2.1s.d.) และ BA (-16.5%, Z-score PE Band Avg -0.82s.d.) CENTEL (-14.5%ytd, Z-score PE Band Avg -2.04s.d.)
• ชุดที่ 2 คือ กลุ่มที่มีโอกาสได้ประโยชน์จาก Trade War นำโดยกลุ่มนิคม ได้แก่ WHA (-12.3%, Z-score PE Band Avg -1.49s.d.) และ AMATA (-12.2%, Z-score PE Band Avg +0.22s.d.)
ชุดที่ 3 คือ หุ้นที่ธุรกิจ/อุตสาหกรรมอยู่ในจุดต่ำสุด แต่การฟื้นตัวยังต้องใช้เวลา อยู่ในโซนลงทุนระยะกลาง-ยาว ได้แก่ GLOBAL (-32.7%, Z-score PE Band Avg -4.44s.d.), GPSC (-20.3%, Z-score PE Band Avg -2.15s.d.), SPRC (-19.1%, Z-score PBV Band Avg -3.52s.d.) JMT (-20.26%, Z-Score PBV Band Avg-0.92 s.d.)
ยอดนิยม
หุ้นไทยโหมดพุ่งไม่พัก! 6 วันบวกแรง 82 จุด เหลืออีกแค่ 70 จุด ชนเป้าปี 69 โบรกฯ
เม็ดเงินกำลังย้ายขั้ว! หลังอินโดฯ เสี่ยงถูกลดน้ำหนัก MSCI เปิดทาง Fund Flow ไหลเข้า “หุ้นไทย”
GULF จับมือ Google Cloud “สารัชถ์” ชี้เพื่อผลักดันให้กลุ่มบริษัท ก้าวสู่การเป็นผู้นำในยุค AI
สรุปงบหุ้นกลุ่ม “ธนาคาร” KBANK ครองแชมป์ กำไรสูงสุดประจำปี 68 KTB เบียดแซง BBL-SCB ขึ้นเบอร์ 2