ช่วงนี้หุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงต่อเนื่อง แต่หากเข้าไปสำรวจหุ้นรายตัวพบว่า 9 อันดับแรกที่ราคาหุ้นบวกแรงสุดในรอบ 1 เดือนที่ผ่านมา (สิ้นสุดวันที่ 16 ตุลาคม 2567) ในแง่ของผลประกอบการยังมีขาดทุนสุทธิอยู่จำนวนมาก ซึ่งจะมีบริษัทอะไรบ้าง Share2Trade มีคำตอบมาให้แล้ว
เริ่มกันที่หุ้นบวกแรงอันดับ 1 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือ MCOT ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 178% ขณะที่ผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิกว่า 146 ล้านบาท
ส่วนอับดับ 2 บริษัท เคดับบลิวไอ จำกัด (มหาชน) หรือ KWI ผู้ดำเนินธุรกิจประกันชีวิต ธุรกิจประกันวินาศภัย ธุรกิจบริหารจัดการสินทรัพย์ และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 69.70% สวนทางกับผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 579 ล้านบาท
อันดับ 3 บริษัท สบาย คอนเน็กซ์ เทค จำกัด (มหาชน) หรือ SBNEXT ในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 63.64% สวนทางกับผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 376 ล้านบาท
โดยในช่วงที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้นำเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 2/2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการแก้ไขเปลี่ยนแปลงชื่อบริษัท และตราประทับบริษัท ซึ่งเปลี่ยนจาก บริษัท สบาย คอนเน็กซ์ เทค จำกัด (มหาชน) หรือ SBNEXT เป็น บริษัท ทีเอสอาร์ ลิฟวิ่ง โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TSR
อันดับ 4 บริษัท พีพี ไพร์ม จำกัด (มหาชน) หรือ PPPM บริษัทพัฒนาธุรกิจในธุรกิจจำหน่ายและผลิตอาหารสัตว์น้ำและสัตว์เลี้ยง โดยแบ่งเป็น สายการผลิตอาหารกุ้ง (Shrimp Feed) สายการผลิตอาหารปลา (Fish Feed) และอาหารสัตว์เลี้ยง (PET Food) โดยในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 56.60% สวนทางกับผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 44.11 ล้านบาท
อันดับ 5 บริษัท บี-52 แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ B52 ลักษณะธุรกิจ 1.ธุรกิจจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภค-บริโภค โดยการเชื่อมโยงเครือข่าย Consumer Products Distribution Network จากทั่วทุกจังหวัดในประเทศไทยเข้าไว้ด้วยกัน
2. ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-commerce business) ซึ่งรวมถึงการซื้อขายสินค้าและบริการออนไลน์ภายใต้ e-paltform ชื่อ abcpoint และการให้บริการเป็นตัวแทนชำระเงิน (e-Payment collection service) ผ่าน WeChat Pay และ Alipay และ 3. ลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
โดยในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้น B52 เพิ่มขึ้นกว่า 52.73% ขณะที่ ผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 43.64 ล้านบาท
ส่วนอันดับ 6 บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASN บริษัทดำเนินธุรกิจเป็นนายหน้าประกันวินาศภัยซึ่งมุ่งเน้นการขายประกันภัยรถยนต์เป็นหลัก และธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ โดยในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 52% ขณะที่ ผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 1.78 ล้านบาท
อันดับ 7 บริษัท สามารถ ดิจิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ SDC ลักษณะธุรกิจ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1. Digital Network 2. Digital Content โดยในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 50% ขณะที่ ผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 36.17 ล้านบาท
อันดับ 8 บริษัท อรินสิริ แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ ARIN ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย โดยในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 46.74% ขณะที่ ผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 18.21 ล้านบาท
และอันดับ 9 บริษัท ซีเอสพี สตีลเซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CSP มีลักษณะธุรกิจ ประกอบด้วย 1. ศูนย์บริการเหล็ก โดยดำเนินธุรกิจแปรรูปและจำหน่าย จัดหาเหล็กแผ่นชนิดม้วน และให้บริการแปรรูปเหล็ก ทั้งชนิดรีดเย็น (Cold-Rolled) และ รีดร้อน (Hot-Rolled) รวมทั้งรับตัดและจำหน่ายเหล็กแผ่น (Plate) และเหล็กม้วน (Slitting Coil) ตามขนาดที่ลูกค้ากำหนด 2. ผลิตและจำหน่ายเหล็กรูปพรรณ ได้แก่ ท่อเหล็กรีดเย็น/ร้อน ที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
โดยในช่วงเวลาเพียง 1 เดือน ราคาหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 36.51% ขณะที่ผลประกอบการช่วง 6 เดือนแรกมีผลขาดทุนสุทธิ 47.33 ล้านบาท
%20copy.jpg)
ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท