การเมืองไทยยังร้อนแรงไม่หยุด! ล่าสุดศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉัณฑ์ 9:0 ยุบพรรคก้าวไกล และและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรค ในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นระยะเวลา 10 ปี แต่ประเด็นการเมืองยังไม่จบ เพราะนักลงทุนให้น้ำหนักวันที่ 14 ส.ค.67 คือ คดีถอดถอน เศรษฐา ทวีสิน นายกรับมนตรีของไทย

แต่ถ้าวันที่ 14 ส.ค.67 ผลลัพธ์ออกมาในแง่บวก นักวิเคราะห์ต่างมองว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบรับในเชิงบวก แต่ถ้าในทางตรงกันข้าม จะมีความเสี่ยงนโยบายของรัฐบาลมีโอกาสทำให้ล่าช้าออกไปได้ ดังนั้นครั้งนี้ทีมข่าวจึงได้รวบรวมความคืบหน้านโยบายของรัฐบาลมาฝากนักลงทุน
ในมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินไว้อย่างน่าสนใจ โดยกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉัณฑ์ 9 ต่อ 0 ยุบพรรคก้าวไกล และและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคในการสมัครรับเลือกตั้ง (ดำรงตำแหน่งช่วง 25 มี.ค. 64 - 31 ม.ค. 67 จำนวน 11 คน) เป็นระยะเวลา 10 ปี
โดยในกลุ่มนี้ประกอบด้วย สส.บัญชีรายชื่อ 5 คน จึงทำให้คะแนนเสียงของพรรคลดลงจาก 148 เสียง เหลือ 143 เสียง ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวสามารถย้ายพรรคได้ภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ตามปัจจัยลบดังกล่าวไม่ได้ สร้างแรงกดดันต่อ SET INDEX โดย MOVEMENT ตลาดฯ ระหว่างการอ่านคำ วินิจฉัย SET INDEX ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวผันผวนอย่างมีนัยสำคัญมากนัก (แกว่งตัวบวกลบ 4 จุด) อีกทั้งในวันเดียวกัน SET INDEX ยังปิดบวก 16 จุด ซึ่งได้แรงหนุนจากต่างชาติที่ซื้อสุทธิ 1.6 พันล้านบาท
แต่ยังมีอีก 1 คดีที่นักลงทุนให้ความสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ คดีถอดถอน นายกฯเศรษฐา ในวันที่ 14 ส.ค.67 เวลา 15.00 น. ซึ่งหากศาลนัดฟังคำวินิจฉัยแล้ว นายกฯ ถูกถอดถอน ตลาดหุ้นน่าจะถูกตีความในเชิงลบ เพราะ ครม.ในปัจจุบัน จะพ้นสภาพไปด้วย และต้องมีการโหวตเลือกนายกใหม่
ทั้งนี้อาจนำไปสู่มาตการกระตุ้น เศรษฐกิจต่างๆที่เตรียมไว้ ต้องชะลอออกไปเช่นกัน อาทิ การปรับค่าแรงขั้นต่ำ, พัก หนี้เกษตรกร/SME, LANDBRIDGE ข้ามฝั่ง และ DIGITAL WALLET ซึ่งอาจส่งผล ให้ GDP GROWTH ชะลอตัวลงในบางภาคส่วน
แต่ถ้านายกฯ ไม่ถูกถอด ถอน การดำเนินนโยบายต่างๆ ยังเป็นไปตามกระบวนการตามปกติ และตลาดหุ้น น่าจะตอบสนองในเชิงบวกมากกว่า

แต่ถ้าวันที่ 14 ส.ค.67 ผลลัพธ์ออกมาในแง่บวก นักวิเคราะห์ต่างมองว่าตลาดหุ้นไทยจะตอบรับในเชิงบวก แต่ถ้าในทางตรงกันข้าม จะมีความเสี่ยงนโยบายของรัฐบาลมีโอกาสทำให้ล่าช้าออกไปได้ ดังนั้นครั้งนี้ทีมข่าวจึงได้รวบรวมความคืบหน้านโยบายของรัฐบาลมาฝากนักลงทุน
ในมุมมองของนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินไว้อย่างน่าสนใจ โดยกรณีศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉัณฑ์ 9 ต่อ 0 ยุบพรรคก้าวไกล และและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคในการสมัครรับเลือกตั้ง (ดำรงตำแหน่งช่วง 25 มี.ค. 64 - 31 ม.ค. 67 จำนวน 11 คน) เป็นระยะเวลา 10 ปี
โดยในกลุ่มนี้ประกอบด้วย สส.บัญชีรายชื่อ 5 คน จึงทำให้คะแนนเสียงของพรรคลดลงจาก 148 เสียง เหลือ 143 เสียง ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวสามารถย้ายพรรคได้ภายใน 60 วัน
อย่างไรก็ตามปัจจัยลบดังกล่าวไม่ได้ สร้างแรงกดดันต่อ SET INDEX โดย MOVEMENT ตลาดฯ ระหว่างการอ่านคำ วินิจฉัย SET INDEX ไม่ได้มีการเคลื่อนไหวผันผวนอย่างมีนัยสำคัญมากนัก (แกว่งตัวบวกลบ 4 จุด) อีกทั้งในวันเดียวกัน SET INDEX ยังปิดบวก 16 จุด ซึ่งได้แรงหนุนจากต่างชาติที่ซื้อสุทธิ 1.6 พันล้านบาท
แต่ยังมีอีก 1 คดีที่นักลงทุนให้ความสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ คดีถอดถอน นายกฯเศรษฐา ในวันที่ 14 ส.ค.67 เวลา 15.00 น. ซึ่งหากศาลนัดฟังคำวินิจฉัยแล้ว นายกฯ ถูกถอดถอน ตลาดหุ้นน่าจะถูกตีความในเชิงลบ เพราะ ครม.ในปัจจุบัน จะพ้นสภาพไปด้วย และต้องมีการโหวตเลือกนายกใหม่
ทั้งนี้อาจนำไปสู่มาตการกระตุ้น เศรษฐกิจต่างๆที่เตรียมไว้ ต้องชะลอออกไปเช่นกัน อาทิ การปรับค่าแรงขั้นต่ำ, พัก หนี้เกษตรกร/SME, LANDBRIDGE ข้ามฝั่ง และ DIGITAL WALLET ซึ่งอาจส่งผล ให้ GDP GROWTH ชะลอตัวลงในบางภาคส่วน
แต่ถ้านายกฯ ไม่ถูกถอด ถอน การดำเนินนโยบายต่างๆ ยังเป็นไปตามกระบวนการตามปกติ และตลาดหุ้น น่าจะตอบสนองในเชิงบวกมากกว่า
ยอดนิยม
ตลาดหลักทรัพย์ฯสั่งแบนหุ้น TFG ออกจากการคำนวณในดัชนี SETESG เซ่นปมผู้บริหารอินไซด์เทรดหุ้น
นักวิเคราะห์สรุปเหตุหุ้น AOT ร่วง รับข่าวตัวเลขนักท่องเที่ยวต่ำกว่าคาด เคราะห์ซ้ำโบรกฯต่างชาติหั่นคำแนะนำ
THAI บอร์ดชุดใหม่ได้ไปต่อ! ศาลแพ่งสั่ง “ยกเลิกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว” โบรกฯ ชี้หนุนให้เดินกลยุทธ์ตามแผน
ADVANC-GULF-CPALL นำทีม 5 หุ้นใหญ่ในดัชนี SET50 ที่โบรกเกอร์แนะนำตรงกันมากสุด