ทีมข่าว Share2Trade จะพานักลงทุนมาส่องผลประกอบการไตรมาส 1/67 ของหุ้นในกลุ่มขั้วรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น SIRI, SC, PR9, STEC และ STPI โดยพบว่ามีเพียง PR9 และ STPI เท่านั้นที่รายงานกำไรสุทธิเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ในแง่ของรายได้ทั้ง 5 บริษัทรวมกันอยู่ที่ 22,903 ล้านบาท

โดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI บริษัทของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ไตรมาสแรกปี 2567 มีรายได้รวมอยู่ที่ 10,170 ล้านบาท โต 19.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก รายได้จากการขายโครงการที่เพิ่มขึ้นถึง 32% อยู่ที่ 8,901 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 1,315 ล้านบาท ลดลง 16.9%
ส่วนไตรมาส 2 แสนสิริวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ราว 11 โครงการมูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 5 โครงการ มูลค่า 4,200 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่า 7,800 ล้านบาท
ต่อกันที่ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC บริษัทในกลุ่มชินวัตร ไตรมาส 1/67 มีรายได้รวม 4,010.07 ล้านบาท ลดลง 18.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายได้จากการขายโครงการแนวราบ ในขณะที่รายได้ค่าเช่าและบริการเติบโตต่อเนื่อง ตามทิศทางของบริษัทในการขยายไปสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ โดยมีกำไรสุทธิ 182.61 ล้านบาท ลดลง 65.84%จากปีก่อน
ขณะที่อีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มชินวัตร อย่างบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ไตรมาส 1/67 รายงานรายได้รวม 1,080.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 1,070.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) และจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนในอีกฝั่งบริษัทในกลุ่มกลุ่มชาญวีรกูล อย่างบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC งบการเงินไตรมาสที่ 1/67 มีกำไรสุทธิ 11.85 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/66 ที่มีกำไรสุทธิ 170.98 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมจำนวน 6,535.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.09% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2566 บริษัทมีรายได้หลักที่สำคัญ ได้แก่ รายได้จากสัญญาก่อสร้างจำนวน 6,458.66 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าจำนวน 25.10 ล้านบาท
ปิดท้ายที่ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ไตรมาส 1/67 มีรายได้จากการดำเนินงาน 1,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าส่วนงานรับจ้างผลิตรายได้จะลดลงจากปีก่อน
อย่างไรก็ดี งานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3/66 ทำให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 248 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มขึ้น
ดังนั้นทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 122 ล้านบาท

โดย บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI บริษัทของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ไตรมาสแรกปี 2567 มีรายได้รวมอยู่ที่ 10,170 ล้านบาท โต 19.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจาก รายได้จากการขายโครงการที่เพิ่มขึ้นถึง 32% อยู่ที่ 8,901 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 1,315 ล้านบาท ลดลง 16.9%
ส่วนไตรมาส 2 แสนสิริวางแผนเปิดตัวโครงการใหม่ราว 11 โครงการมูลค่ารวม 12,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 5 โครงการ มูลค่า 4,200 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่า 7,800 ล้านบาท
ต่อกันที่ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC บริษัทในกลุ่มชินวัตร ไตรมาส 1/67 มีรายได้รวม 4,010.07 ล้านบาท ลดลง 18.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน จากรายได้จากการขายโครงการแนวราบ ในขณะที่รายได้ค่าเช่าและบริการเติบโตต่อเนื่อง ตามทิศทางของบริษัทในการขยายไปสู่ธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ โดยมีกำไรสุทธิ 182.61 ล้านบาท ลดลง 65.84%จากปีก่อน
ขณะที่อีกหนึ่งบริษัทในกลุ่มชินวัตร อย่างบริษัท โรงพยาบาลพระรามเก้า จำกัด (มหาชน) หรือ PR9 ไตรมาส 1/67 รายงานรายได้รวม 1,080.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 159 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากกิจการโรงพยาบาล 1,070.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยนอก (OPD) และจำนวนผู้ป่วยใน (IPD) ที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนในอีกฝั่งบริษัทในกลุ่มกลุ่มชาญวีรกูล อย่างบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ STEC งบการเงินไตรมาสที่ 1/67 มีกำไรสุทธิ 11.85 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1/66 ที่มีกำไรสุทธิ 170.98 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมจำนวน 6,535.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.09% จากไตรมาสเดียวกันของปี 2566 บริษัทมีรายได้หลักที่สำคัญ ได้แก่ รายได้จากสัญญาก่อสร้างจำนวน 6,458.66 ล้านบาท และรายได้ค่าเช่าจำนวน 25.10 ล้านบาท
ปิดท้ายที่ บริษัท เอสทีพี แอนด์ ไอ จำกัด (มหาชน) หรือ STPI ไตรมาส 1/67 มีรายได้จากการดำเนินงาน 1,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าส่วนงานรับจ้างผลิตรายได้จะลดลงจากปีก่อน
อย่างไรก็ดี งานบริการรื้อถอนแท่นขุดเจาะน้ำมันได้ดำเนินการต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส 3/66 ทำให้รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 248 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนรายได้จากการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากมีคลังสินค้าให้เช่าเพิ่มขึ้น
ดังนั้นทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 211 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 73% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิจำนวน 122 ล้านบาท
ยอดนิยม
“กรณ์” จี้ กลต.ระงับโอนเงิน! หลัง CAI เทขาย BCPG หนัก กลางข่าวฉาว! ฟอกเงินข้ามชาติ
BCPG เคลียร์ปมร้อน หลัง CAI โดนสอบปมเอี่ยวฟอกเงิน ย้ำแค่ผู้ถือหุ้น ไม่มีส่วนบริหาร
สัญญาณอันตราย! วิกฤตน้ำมัน ดันต้นทุน บจ. พุ่ง โบรกฯ หั่นเป้า SET ปีนี้เหลือ 1,440 จุด