งบการเงินของบริษัทจดทะเบียนได้ทยอยประกาศออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนักวิเคราะห์มีความเห็นว่า ส่วนใหญ่กำไรออกมาดีกว่าคาดการณ์ ดังนั้นทีมข่าว Share2Trade จึงได้รวบรวม 5 หุ้นเด่นที่ผลงานดีกว่าคาด แถมนักวิเคราะห์ให้คำแนะนำ “ซื้อ”

เริ่มกันที่ OR ไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ จำนวน 3,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากปีก่อนนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ปรับเพิ่มคำแนะนำเป็น “ซื้อ” จากเดิม “ถือ” ที่ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 21.00 บาท (เดิม 20 บาท) โดย OR รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/67 สูงกว่าฝ่ายวิจัยคาด 17%และตลาดคาด 2%
สำหรับแนวโน้มกำไรในไตรมาส 2/67 คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นต่อลิตรน่าจะยืนสูงต่อเนื่องตามแนวโน้มค่าการตลาดน้ำมัน นอกจากนี้เชื่อว่าธุรกิจ Lifestyle จะสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรที่สูงไว้ได้
ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ได้มีมติให้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตร และอาจทยอยปรับขึ้นราคาเป็นแบบขั้นบันได หลังจากมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1.0 บาทต่อลิตรสิ้นสุดลงในวันที่ 19 เม.ย.2024 ซึ่งน่าจะทำให้มีแรงกดดันที่น้อยลงต่อกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและ marketing margin ในอนาคต
ดังนั้นปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 67 ขึ้น 7% เป็น 1.18 หมื่นล้านบาท เติบโตราว 6% จากปีก่อนที่อยู่ระดับ 1.11 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนผลประกอบการไตรมาส 1/67 ที่ดีกว่าคาด
ต่อกันที่ ADVANC รายงานผลดำเนินงานไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 8,451.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 6,756.93 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 21% จากไตรมาสก่อน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า ผลประกอบการดีกว่าคาด 15% ส่วนการประชุมนักวิเคราะห์หลังประกาศงบ ผู้บริหารให้ความสำคัญ เช่น 1.สัญญาณการแข่งขันลดลงต่อเนื่อง 2. ผลประกอบการไตรมาส 1/67 ส่วนของ TTTBB ยังมีผลขาดทุนต่อกลุ่ม ผลของการลดต้นทุนซ้ำซ้อนเพิ่งเริ่มต้นขึ้นและจะดีขึ้นต่อเนื่อง และ 3. บริษัทฯ ยังไม่ได้ใช้ Tax Benefit จากดีลของ TTTBB
ดังนั้นในระยะถัดไปผลประกอบการของ ADVANC ควรจะดีขึ้นต่อเนื่อง โดยประมาณการกำไรทั้งปี 2567 ของที่ 3.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 7.7% จากปีก่อน ประมาณการมี Upside Risk จากการลดต้นทุนซ้ำซ้อนจากดีล TTTBB ที่ทำได้เร็วกว่าคาด
อย่างไรก็ดีเนื่องจากราคาหุ้นยังมี Upside พอสมควรเทียบกับราคาเหมาะสมปัจจุบัน ทำให้คงประมาณการไว้ก่อนและจะพิจารณาความเหมาะสมอีกครั้งในช่วง Preview ผลประกอบการไตรมาส 2/67 จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” อิงราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2567 ที่ 245 บาทต่อหุ้น
TRUE แม้ไตรมาส 1/2567 บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัท 769 ล้านบาท โดยผลขาดทุนสุทธิได้รับผลกระทบเชิงลบจากผลกระทบที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจำนวน 1,571 ล้านบาท จากการด้อยค่าของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการพัฒนาเครือข่ายให้ทันสมัย (NetworkModernization)
แต่นักวิเคราะห์นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มองว่า หากตัดรายการพิเศษ ผลประกอบการปกติไตรมาส 1/67 มีกำไรปกติครั้งแรกหลังควบรวมกิจการที่ 767 ล้านบาท ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดีกว่าคาดการณ์ของฝ่ายวิจัยที่ และดีกว่าที่ตลาดคาด
ผลประกอบการไตรมาส 1/67 ที่มีกำไรปกติ 767 ล้านบาท ทั้งๆ ที่ Synergy ยังเพิ่งเริ่มส่งผลบวกและแนวโน้มผล ประกอบการตลอดปี 2567 ควรจะดีขึ้นต่อเนื่องเมื่อเทียบไตรมาสก่อน
สะท้อนว่าประมาณการทั้งปี 2567 ของที่คาด ขาดทุน 1.3 พันล้านบาท และตลาดคาดมีกำไร 1.1 พันล้านบาทต่ำเกินไปมาก จึงปรับเพิ่มประมาณการปี 2567 จากขาดทุน 1.3 พันล้านบาท ขึ้นเป็นกำไรปกติ 3.6 พันล้านบาทเทียบปีก่อนที่ขาดทุน คงคำแนะนำ “ซื้อ ” ปรับเพิ่มราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 12.30 บาทต่อหุ้น
ขณะที่ ITC ไตรมาส 1/67 มีกำไร 821 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 93% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายและกำไรจากการดำเนินงาน และการลดลงของค่าใช้จ่ายทางภาษี
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มีมุมมองบวกมากขึ้นหลังงบไตรมาส 1/67 ออกมาดีกว่าคาดมาก จึงปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” และราคาเหมาะสมขึ้นเป็น 24.50 บาท
ด้วยกำไรปกติไตรมาส 1/67 ที่ออกมาดีกว่าคาดอย่างน่าประทับใจ ประกอบกับแนวโน้มกำไรที่อาจเติบโตได้ต่อเนื่องในไตรมาสที่เหลือของปีนี้ ทำให้ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2567-2568 ขึ้น 11.5% และ 8.4% เป็น 3,261 ล้านบาท เติบโต 41% จากปีก่อน และ 3,754 ล้านบาท เติบโต 15.1% จากปีก่อน ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐาน GPM ขึ้น จากสัดส่วนสินค้ากลุ่มพรีเมียมที่สูงกว่าคาด และค่าเงินบาทเทียบ USD ที่อ่อนค่า
ปิดท้ายที่ AAI ไตรมาส 1/67 มีกำไรสุทธิ 242 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 234% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/66 มีกำไรสุทธิ 72.31 ล้านบาท นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 7 บาท (เดิม 5.60 บาท)
ปรับกำไรปกติปี 67 ขึ้น 24% เป็น 726 ล้านบาท โต 66% จากปีก่อน หลังไตรมาส 1/67 ดีกว่าคาดมาก โดยหลักจากการปรับสมมติฐาน GPM ขึ้นเป็น 18% จากเดิม 15.5% ใกล้เคียงกรอบเป้าหมาย GPM ใหม่ของบริษัทที่ 17-18%
สำหรับไตรมาส 2/67 เบื้องต้นคาดการณ์กำไรปกติจะโต จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากฐานต่ำ แต่ชะลอ จากไตรมาสก่อน จาก GPM มีโอกาสอ่อนตัวลงตามการปรับราคาขาย

ยอดนิยม
JMART งบ Q2 กำไรโต 91% หนุนครึ่งปีมีกำไรสุทธิ 375 ลบ. ล่าสุดบุ๊กกำไร "สุกี้ตี๋น้อย" 100 ล้าน
HANA-GUNKUL เงินไหลเข้า 500 ลบ. หลัง MSCI ปรับพอร์ตลงทุน ฟาก CPN สุดช้ำ! โดนแรงขาย 1,000 ล้าน
“แอมป์ พิธาน” รับจุกๆ ได้เงินปันผลจากหุ้น KCE มูลค่ากว่า 112 ล้านบาท
ลุ้น KBANK มีปันผลพิเศษ หลังเงินเหลือจากซื้อหุ้นคืน 5.32 พันลบ. โบรกฯ เชียร์ “ซื้อ” ให้เป้า 300 บาท