Wealth Sharing

กลุ่มทิสโก้รับปี 67 ยังท้าทายตั้งเป้าสินเชื่อ โต 0-10% ชูกลยุทธ์ “Sustainable Focus”


15 มกราคม 2567
กลุ่มทิสโก้รับปี 67 เศรษฐกิจยังเผชิญความท้าทายแม้โต 3-4%  ชูยุทธศาสตร์ Sustainable Focus ขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนครอบคลุมครบทุกมิติทั้งกองทุน - หุ้น - ประกัน - เงินฝาก - สินเชื่อ รวมถึงการบริหารจัดการหนี้ ตั้งเป้าสินเชื่อโตในกรอบ  0-10%  คุม NPL ที่ 2.5-2.75%

กลุ่มทิสโก้รับปี 67.jpg

นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้  เปิดเผยว่า ในปี 2567 เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวในทิศทางที่ดีขึ้นที่ระดับ 3-4% โดยมีแรงขับเคลื่อนจากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง การส่งออกสินค้าที่คาดว่าจะกลับมาขยายตัว รวมถึงการลงทุนภาครัฐและเอกชนที่เร่งตัวขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยจะมีสัญญาณที่ดี แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้านจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ อาทิ ปัญหาภัยแล้ง ความเปราะบางของภาวะหนี้ครัวเรือนไทย อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่อยู่ในระดับสูง ตลอดจนความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า โดยเฉพาะสหรัฐฯ จีน และยุโรป เป็นต้น 

ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ในปี 2567 กลุ่มทิสโก้ จึงมุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานของความยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างมีคุณภาพ ด้วยการนำความเชี่ยวชาญในทุกแขนงของทั้งกลุ่มธุรกิจมาพัฒนาต่อยอด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีและเติมเต็มโอกาสทางการเงินอันจะนำมาสู่ความมั่งคั่งอย่างมั่นคงให้แก่ลูกค้า 

ในกลุ่มธุรกิจสินเชื่อ คาดว่าจะสร้างการเติบโตในระดับเดียวกันกับเศรษฐกิจไทย ซึ่งน่าจะเติบโตในกรอบ 0-10%  เน้นการปล่อยสินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ควบคู่กับการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรัดกุมและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด โดยสินเชื่อรายย่อยจะพิจารณาตามความเหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้และภาระหนี้ของลูกค้า (Debt Service Ratio)  ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้น่าจะคุมไว้ที่ 2.5-2.75% 
ซึ่งในปีนี้ยังคงเน้นการเติบโตในกลุ่มสินเชื่อที่มีหลักประกันที่ทิสโก้มีความเชี่ยวชาญ ได้แก่ สินเชื่อจำนำทะเบียน ในธุรกิจสมหวัง เงินสั่งได้ และรักษาตำแหน่งทางการตลาดในธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ โดยเน้นกลุ่มสินเชื่อรถมือสอง สินเชื่อเพื่อการพาณิชย์ และสนับสนุนสินเชื่อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสการเติบโตในสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โรงไฟฟ้า และพลังงานทางเลือก ซึ่งทิสโก้จะใช้จุดแข็งของการบริการแบบ Total Solution มาตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า 

ในส่วนของธุรกิจธนบดีธนกิจและตลาดทุน เน้นให้บริการการให้คำแนะนำอย่างผู้เชี่ยวชาญแบบองค์รวม (“Holistic Financial Advisory”) โดยครอบคลุมด้านการวางแผนการเงิน การลงทุน ความคุ้มครองด้านชีวิตและสุขภาพ  ตลอดจนการวางแผนเพื่อคุณภาพชีวิตหลังการเกษียณ พร้อมยกระดับความสามารถการให้บริการในช่องทางดิจิทัลที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันจะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Mass Affluent ที่มีเงินฝากและ/หรือเงินลงทุนตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป  

ด้านธุรกิจนายหน้าประกันภัย จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การวางแผนบริหารความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า โดยดึงจุดแข็งและความเชี่ยวชาญในการให้บริการประกันภัยอย่างครบวงจรมาขยายพันธมิตรทางธุรกิจใหม่ๆ โดยมุ่งให้เกิดระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) ที่สามารถให้บริการแก่ลูกค้าอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และตอบโจทย์พฤติกรรมของลูกค้าในยุคปัจจุบัน 

"ในปีนี้กลุ่มทิสโก้มุ่งเน้นการเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยขยายสินเชื่ออย่างระมัดระวัง เนื่องจากยังมีปัจจัยเสี่ยงรุมล้อมในหลายด้าน โดยเฉพาะปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยและต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจเองก็มีความไม่แน่นอน ดังนั้น จึงจำเป็นต้องบริหารจัดการอย่างรัดกุมในทุกด้าน ” นายศักดิ์ชัย กล่าว