กระดานข่าว

NETBAY เดินหน้าจัดทำยุทธศาสตร์ NETBAY 2030 เตรียมเปิดวิสัยทัศน์ ม.ค.70 ชู 3 ธุรกิจหลัก ShippingNet, AI Box และ Check+


04 พฤศจิกายน 2569

265451.jpg

ดร.ฉัตรชัย ธนาฤดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด (มหาชน) หรือ NETBAY เปิดเผยว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 บริษัทมุ่งต่อยอดธุรกิจแพลตฟอร์มดิจิทัลและบริการ Software-as-a-Service (SaaS) พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับบริการ รองรับการขยายธุรกิจในระยะยาว

ทั้งนี้ บริษัทอยู่ระหว่างจัดทำแผนยุทธศาสตร์ NETBAY 2030 เพื่อกำหนดทิศทางธุรกิจในช่วง 3–4 ปีข้างหน้า โดยมุ่งรักษาความแข็งแกร่งของธุรกิจ Platform Service ควบคู่กับการขยายฐานลูกค้าสู่อุตสาหกรรมใหม่ และสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

สำหรับช่วง 3 เดือนแรกของการดำรงตำแหน่ง บริษัทให้ความสำคัญกับการศึกษาโครงสร้างธุรกิจและประเมินศักยภาพภายในองค์กร โดยเฉพาะความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) และบุคลากรที่มีความเข้าใจตลาด เพื่อนำทรัพยากรที่มีอยู่มาต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องเริ่มพัฒนาระบบทั้งหมดจากศูนย์

NETBAY ตั้งเป้านำเสนอแผนยุทธศาสตร์ NETBAY 2030 ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2570 หลังประเมินโอกาสทางธุรกิจและจัดลำดับความสำคัญของโครงการลงทุน เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับศักยภาพและทิศทางการเติบโตของบริษัท

ปัจจุบัน NETBAY มีธุรกิจแพลตฟอร์มหลัก 3 กลุ่ม ได้แก่ ShippingNet ให้บริการระบบสนับสนุนการขนส่งและธุรกรรมนำเข้า-ส่งออก AI Box ให้บริการยืนยันตัวตน การลงนามและจัดการเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ และ Check+ ให้บริการสำหรับคัดกรองรายชื่อลูกค้าและคู่ค้า เพื่อใช้ผลการคัดกรองประกอบการประเมินความเสี่ยง ทั้งก่อนเริ่มความสัมพันธ์ทางธุรกิจและเมื่อต้องทบทวนความสัมพันธ์กับลูกค้าหรือคู่ค้าเดิม

บริษัทมีแผนต่อยอดบริการดังกล่าวสู่กลุ่มลูกค้าใหม่ ทั้งธุรกิจค้าปลีก ธนาคาร ประกันภัย และหน่วยงานภาครัฐ โดยใช้ความเชี่ยวชาญด้านแพลตฟอร์ม การเชื่อมโยงข้อมูล และการตรวจสอบตัวตนเป็นปัจจัยขับเคลื่อน พร้อมพัฒนาแพลตฟอร์ม ShippingNet, AI-Box และ Check+ อย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน บริษัทได้นำ AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมคุณภาพของทีมเทคโนโลยีและทีมบริการลูกค้า รวมถึงพัฒนาระบบให้ตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้ใช้งาน (Personalization) เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็วในการให้บริการ

สำหรับแนวโน้มธุรกิจในอนาคต บริษัทมองว่ารูปแบบการให้บริการตามการใช้งาน (As a Service) จะมีบทบาทเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคต้องการความยืดหยุ่น ขณะที่ภาคธุรกิจต้องการลดภาระการลงทุนในระบบเทคโนโลยี จึงเป็นโอกาสในการพัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถเชื่อมโยงบริการหลากหลายประเภทเข้าด้วยกัน

นอกจากนี้ NETBAY ยังมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ รวมถึง DITTO และกลุ่มผู้ถือหุ้น เพื่อพัฒนาระบบนิเวศทางธุรกิจ (Ecosystem) โดยนำเทคโนโลยี API, AI และ Model Context Protocol (MCP) มาสนับสนุนการเชื่อมโยงข้อมูลและบริการระหว่างองค์กร พร้อมให้ความสำคัญกับมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

ขณะเดียวกัน บริษัทมองเห็นโอกาสขยายความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงาน เพิ่มความรวดเร็ว และยกระดับความถูกต้องของข้อมูลที่ใช้ประกอบธุรกรรม ภายใต้การกำกับดูแลที่มีมาตรฐานและเอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจ

ส่วนแนวโน้มเทคโนโลยีระยะยาว บริษัทมองว่าระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (Digital Identity) และ AI Agent จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบตัวตน สิทธิ และขอบเขตอำนาจในการทำธุรกรรม ซึ่งเป็นโอกาสให้ NETBAY นำความเชี่ยวชาญด้านการเชื่อมโยงและตรวจสอบข้อมูลมาต่อยอดบริการใหม่

ทั้งนี้ บริษัทจะรักษาฐานรายได้จากธุรกิจหลักควบคู่กับการพัฒนาโครงการใหม่ และใช้ประโยชน์จากความร่วมมือกับพันธมิตรเพื่อสนับสนุนการเติบโตภายใต้แผน NETBAY2030

สำหรับประวัติการทำงาน ดร.ฉัตรชัย มีประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานประมาณ 15 ปี เคยรับผิดชอบงานในภูมิภาคเอเชียใต้ครอบคลุม 6 ประเทศ และดำรงตำแหน่ง Production Manager ในสหรัฐอเมริกา ก่อนร่วมงานกับ Accenture ในตำแหน่ง Director ด้านธุรกิจพลังงานและที่ปรึกษาดิจิทัล

ด้านการศึกษา สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และปริญยาเอกด้านการบริหารเชิงกลยุทธ์จากมหาวิทยาลัยในประเทศนิวซีแลนด์ โดยจะนำประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและการบริหารธุรกิจมาต่อยอดการดำเนินงานของ NETBAY เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว