Fund / Insurance

พรูเด็นเชียล ชูความร่วมมือรัฐ-เอกชน บทบาทสำคัญระดมทุนสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานของเอเชีย


21 ตุลาคม 2569

S__175448093.jpg

พรูเด็นเชียล ชูความร่วมมือรัฐ-เอกชน คือกุญแจสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านพลังงานของเอเชีย

กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล (Prudential plc) ผู้นำด้านประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงินในเอเชียและแอฟริกา ชี้ว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะมีบทบาทสำคัญในการระดมเงินทุนระยะยาว เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของเอเชีย พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถดึงดูดการลงทุน กลไกการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ และการเสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

พรูเด็นเชียล ใช้ศักยภาพด้านการลงทุนระยะยาวควบคู่กับความเชี่ยวชาญด้านการบริหารความเสี่ยง เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของเอเชีย โดยตั้งเป้าสนับสนุนเงินทุน 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 สำหรับโครงการที่พร้อมลงทุนและช่วยเสริมความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดย ดิอานา กูซแมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืน กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ได้นำเสนอแนวทางดังกล่าวในการประชุม Institute of International Finance (IIF) Annual Membership Meeting ประจำปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานครเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ในการเสวนา ดิอานา กูซแมน กล่าวว่า การเข้าถึงพลังงาน ราคาพลังงานที่เหมาะสม และความมั่นคงทางพลังงาน กำลังกำหนดทิศทางใหม่ให้กับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในภูมิภาค พร้อมเปิดโอกาสการลงทุนระยะยาวในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับความเสี่ยง

“โจทย์สำคัญในวันนี้ไม่ใช่การเลือกระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการเข้าถึงพลังงานในราคาที่เหมาะสม หรือการลดการปล่อยคาร์บอน แต่คือการสร้างโอกาสการลงทุนที่มีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ สามารถตอบโจทย์ทั้งสามด้านได้พร้อมกัน และสอดคล้องกับบริบทการพัฒนาของแต่ละประเทศ” ดิอานา กล่าว

เอเชียถือเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของโลก โดยภูมิภาคนี้มีสัดส่วนถึง 90% ของการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกระหว่างปี 2559-2566 ขณะที่จีน อินเดีย และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดว่าจะมีสัดส่วนรวมกันถึง 85% ของการเติบโตของความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกในช่วงปี 2568-2570

อย่างไรก็ตาม การขยายตัวดังกล่าวมาพร้อมกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เพิ่มสูงขึ้น โดยในปี 2568 เอเชียเผชิญความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติทางธรรมชาติคิดเป็นประมาณ 30% ของความเสียหายทั่วโลก แต่มีสัดส่วนความเสียหายที่ได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยเพียงราว 5% เท่านั้น การลดช่องว่างดังกล่าวจำเป็นต้องขยายความคุ้มครองด้านประกันภัย ควบคู่กับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่นและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ในขณะเดียวกัน จากเวทีเสวนาโต๊ะกลมของ IIF เรื่อง Financing Adaptation and Resilience นั้น สตีเวน ชาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานรัฐกิจสัมพันธ์ และนโยบาย กลุ่มบริษัทพรูเด็นเชียล ยังได้เรียกร้องให้เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมทั้งผลักดันให้มีการพัฒนากลไกการแบ่งปันความเสี่ยง (risk-sharing mechanisms) ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น การยกระดับข้อมูลและการวิเคราะห์เชิงลึก ตลอดจนการจัดทำนโยบายและกรอบกำกับดูแลที่เอื้อต่อการเปลี่ยนผ่าน เพื่อเร่งขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิผล

พรูเด็นเชียล กำลังเปลี่ยนความมุ่งมั่นให้เป็นการลงมือทำ ภายใต้กรอบการดำเนินงาน Financing the Transition กลุ่มบริษัทฯ ตั้งเป้าสนับสนุนเงินทุนเพื่อการเปลี่ยนผ่านรวม 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2573 และได้สนับสนุนเงินทุนแล้ว 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ นับตั้งแต่ปี 2567 โดยกรอบการดำเนินงานนี้ครอบคลุมการลงทุนด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และโซลูชันที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ ในด้านต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐานที่มีความยืดหยุ่น พลังงานหมุนเวียน เทคโนโลยีด้านสภาพภูมิอากาศ การบริหารจัดการน้ำ การปรับตัวด้านการเกษตร การปรับตัวด้านสุขภาพ และการปรับตัวโดยอาศัยระบบนิเวศ

ในฐานะบริษัทประกันชีวิตและที่ปรึกษาทางการเงิน พรูเด็นเชียล มองว่าสามารถสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานได้มากกว่าการจัดหาเงินทุน ผ่านความเชี่ยวชาญด้านการประเมินและบริหารความเสี่ยง รวมถึงโซลูชันด้านการประกันที่ช่วยเสริมความน่าเชื่อถือและความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของโครงการ ตลอดจนสนับสนุนการลงทุนจากนักลงทุนสถาบันในวงกว้าง

นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทฯ คิดว่าการเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของเอเชียจำเป็นต้องอาศัย 3 ปัจจัยสำคัญ ได้แก่ การเพิ่มจำนวนโครงการที่มีความพร้อมด้านการลงทุน การยกระดับข้อมูลและการประเมินความเสี่ยงในระดับธุรกรรมหรือโครงการลงทุน และการส่งเสริมการใช้เครื่องมือบริหารความเสี่ยง เช่น การค้ำประกัน การประกันความเสี่ยงทางการเมือง และกลไกการเงินแบบผสมผสาน (Blended Finance)

ทั้งนี้ความร่วมมือที่เข้มแข็งและเป็นรูปธรรมระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกเงินทุนระยะยาว เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงาน เสริมสร้างความยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในเอเชีย