Talk of The Town

BEM รายได้เพิ่มปีละ 350 ลบ. หลัง ก.คมนาคมขึ้นค่าทางด่วน โบรกฯ เชื่อเข้าสู่การเติบโตรอบใหม่


16 กันยายน 2569

BEM รายได้เพิ่มปีละ 350 ลบ._S2T (เว็บ) copy_0.jpg

BEM โบรกฯ คาดจ่อรับรายได้เพิ่มปีละ 300-350 ล้านบาท หลังกระทรวงคมนาคมปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษ มีผลตั้งแต่ 15 ธ.ค.69 พร้อมแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 8.20 บาท เชื่อกำลังเข้าสู่การเติบโตละลอกใหม่

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศกระทรวงคมนาคมปรับอัตราค่าผ่านทางพิเศษประจิมรัถยา (ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2569 ตามเงื่อนไขการปรับค่าผ่านทางทุก 5 ปีในสัญญาสัมปทาน 

โดยโครงการมีอายุสัมปทานถึงวันที่ 15 ธ.ค. 2585 โดยรถไม่เกิน 4 ล้อ จะปรับค่าผ่านทางจาก 65 บาทเป็น 80 บาทต่อเที่ยว รถเกิน 4 ล้อแต่ไม่เกิน 10 ล้อ ปรับจาก 105 บาทเป็น 130 บาท และรถเกิน 10ล้อ ปรับจาก 150 บาทเป็น 185 บาท นับเป็นการปรับขึ้นครั้งที่สอง ภายใต้กรอบสัมปทานใหม่ที่กำหนดให้ปรับเพิ่มครั้งละ 15 บาททุก 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี 2564

สำหรับการปรับค่าผ่านทางครั้งนี้เป็นปัจจัยบวกต่อ BEM เนื่องจากทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอก เป็นเส้นทางที่ BEM รับรู้รายได้ค่าผ่านทางเต็ม 100% แตกต่างจากทางด่วนในเมืองที่ได้รับส่วนแบ่งรายได้เพียง40% แม้เส้นทางดังกล่าวมีสัดส่วนปริมาณจราจรเพียงประมาณ 5-6% ของผู้ใช้ทางด่วนทั้งหมด 

แต่สร้างรายได้คิดเป็นราว 14-15% ของรายได้ธุรกิจทางด่วน ส่งผลให้การปรับค่าผ่านทางครั้งนี้มีนัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้และกำไรในระยะถัดไป โดยประเมินว่าจะเพิ่มรายได้ให้บริษัทได้ราว 330-350 ล้านบาทต่อปี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องติดตามคือผลกระทบต่อปริมาณจราจรในช่วง 2-3 เดือนแรกหลังการปรับราคา ซึ่งอาจชะลอตัวจากการปรับพฤติกรรมของผู้ใช้บริการในระยะสั้นขณะที่ปัจจัยหนุนระยะกลางถึงยาวยังคงมาจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ 

และการทยอยแล้วเสร็จของโครงการก่อสร้างบนแนวพระราม 2 ซึ่งจะส่งต่อผู้ใช้ทางด่วนเข้าสู่ทางด่วนขั้นที่ 1 และการปรับขึ้นค่าผ่านทางของเส้นทางอื่นตามเงื่อนไขสัมปทานในปี 2571 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ทางด่วนอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น มองว่า BEM กำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเติบโตระลอกใหม่ จากการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มในปี 2571 ซึ่งจะช่วยเพิ่มผู้โดยสารเข้าสู่โครงข่ายสายสีน้ำเงินโดยตรง ขณะที่โอกาสจากโครงการทางด่วน Double Deck และสัญญาเดินรถรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ยังเป็นปัจจัยเพิ่มมูลค่าที่สำคัญในระยะถัดไป ด้วยฐานรายได้ประจำที่แข็งแกร่งจากธุรกิจทางด่วนและรถไฟฟ้า ประกอบกับ Pipeline โครงการใหม่ที่เริ่มมีความชัดเจนมากขึ้น จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสมที่ 8.20 บาท

BEM