บล.เมย์แบงก์รุกตลาดบริหารความมั่งคั่ง เปิดตัว “Maybank Private Fund”

บล.เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) บุกตลาดธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง เปิดตัวกองทุนส่วนบุคคล “Maybank Private Fund” ผ่าน 2 กลยุทธ์การลงทุน ได้แก่ MSTPF Thai Equity มุ่งลงทุนในบริษัทจดทะเบียนไทย และ MSTPF ASEAN Equity เน้นลงทุนในบริษัทศักยภาพสูงทั่วภูมิภาคอาเซียน ตั้งเป้าสิ้นปี69 AUM แตะ 1-2 พันล้านบาท
นายอารภัฎ สังขรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทเปิดตัว Maybank Private Fund ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับบทบาทของเมย์แบงก์ จากผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์และธุรกรรมการลงทุน สู่การเป็น Strategic Wealth Partner ที่ให้บริการวางแผนการเงินและการบริหารความมั่งคั่งแบบองค์รวม ตามพันธกิจในการขยายโอกาสให้นักลงทุนไทยซึ่งในอดีตจำกัดอยู่เฉพาะในกลุ่มผู้มีความมั่งคั่งระดับสูงสุดเพียงไม่ถึง 1% ของประเทศ ให้สามารถเข้าถึงการบริหารเงินในรูปแบบกองทุนส่วนบุคคลได้มากขึ้น พร้อมขับเคลื่อนเงินทุนไปสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพ ควบคู่กับสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยและภูมิภาคอย่างยั่งยืน
โดยปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดภายใต้การจัดการของบริษัทจัดการ (AUM) ประมาณ 300 ล้านบาท และตั้งเป้าสิ้นปีนี้จะแตะที่ 1,000 - 2,000 ล้านบาท และ ในอีก 3 ปีข้างหน้าคาดหวังแตะที่ระดับ 4,000 ล้านบาท
นายกันชนะพล วัน คอมเพอร์นอล์เลอ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในด้านการลงทุนจะให้ความสำคัญกับการคัดเลือกบริษัทที่มีธุรกิจคุณภาพ ผู้บริหารแข็งแกร่ง มีปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตชัดเจน และมีราคาที่สะท้อนโอกาสอย่างเหมาะสม พร้อมกำหนดขนาดการลงทุนตามระดับความเชื่อมั่นและความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงเลือกหุ้นที่ดี แต่ต้องรู้ว่าควรลงทุนเมื่อใด ลงทุนมากเพียงใด และเมื่อใดที่สมมติฐานเดิมไม่เป็นจริง เป้าหมาย ของ Maybank Private Fund จึงไม่ใช่การสร้างพอร์ตที่มีหน้าตาเหมือนดัชนี แต่คือการสร้างพอร์ตจากบริษัทจำนวนไม่มากที่เราเข้าใจอย่างลึกซึ้ง และสามารถปรับได้เมื่อข้อมูลหรือสภาวะตลาดเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงโอกาสของไทยและอาเซียนภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่มีวินัย
ทั้งนี้ Maybank Private Fund จะใช้แนวทางการบริหารเชิงรุก หรือ Active Management โดยผสานการวิเคราะห์ภาพรวมทางเศรษฐกิจ ประเทศ และอุตสาหกรรมแบบ Top-down เข้ากับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานรายบริษัทแบบ Bottom-up เพื่อคัดเลือกหลักทรัพย์ประมาณ 15–30 บริษัท
โดย Maybank Private Fund เปิดให้บริการผ่าน 2 กลยุทธ์การลงทุนหลัก ได้แก่ MSTPF Thai Equity ซึ่งมุ่งลงทุนในบริษัทจดทะเบียนไทย ที่ทีมลงทุนเชื่อว่าสามารถเติบโตเหนือภาพรวมของตลาด โดยอาศัยความเข้าใจเชิงลึกในประเทศ ผ่านกลยุทธ์ที่ไม่ได้มุ่งสร้างพอร์ตให้ใกล้เคียงกับดัชนี SET แต่เน้นคัดเลือกบริษัทที่มีความได้เปรียบในการแข่งขัน มีศักยภาพสร้างการเติบโต และมีระดับราคาที่น่าสนใจ
ขณะที่ MSTPF ASEAN Equity มุ่งลงทุนในบริษัทศักยภาพสูงทั่วภูมิภาคอาเซียน ครอบคลุมประเทศไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงบริษัทชั้นนำระดับภูมิภาคและปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ โดยทีมลงทุนสามารถปรับน้ำหนักรายประเทศแบบ Active ตามแนวโน้มเศรษฐกิจ ระดับมูลค่า และโอกาสเฉพาะของแต่ละตลาด โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนตามสัดส่วนของดัชนีเสมอไป ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาการเติบโตจากประเทศใดประเทศหนึ่ง
“Maybank Private Fund เปิดรับเงินลงทุนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท สำหรับทั้ง MSTPF Thai Equity และ MSTPF ASEAN Equity โดยบริษัทจะจัดสรรเงินลงทุน 40-60% เป็นแกนหลักลงทุนใน 5-10 บริษัท เป็นระยะเวลา 3-5 ปี และจัดสรรเงินอีก 20-40% เป็นการลงทุนในหุ้นอื่นๆ”นายกันชนะพล กล่าว