ฟิลลิปไลฟ์ประกันชีวิตเปิดกลยุทธ์เติบโต เน้นขยายสาขาในห้าง – ลุยตลาดออนไลน์

ฟิลลิปไลฟ์ประกันชีวิต เปิดกลยุทธ์การเติบโต เน้นขยายสาขาใน The Mall ตั้งเป้าปีนี้ 4-5 แห่ง เดินหน้าบุกตลาดออนไลน์คาดยอดขายปีนี้แตะ 700-800 ล้านบาท และเน้นสร้าง "Life Advisor" หรือตัวแทนสายเลือดใหม่ สร้างบุคลากรที่แข็งแกร่ง
นายธฤทธิ์ พรหมนารถ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฟิลลิปประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ ฟิลลิปไลฟ์ประกันชีวิต กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2568 ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับกลยุทธ์การทำธุรกิจ โดยยึดลูกค้าเป็นจุดศูนย์กลาง ภายใต้แนวคิด Customer Centric ที่วางแผนทุกด้านของการบริการให้สามารถรองรับทุกความต้องการของลูกค้าทุกท่าน โดยให้ความสำคัญกับความสะดวกสบาย และการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เพื่อการออมเงินอย่างสมบูรณ์แบบ
รวมทั้งการเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าที่จะเปิดสาขาในห้างสรรพสินค้าประมาณ 5 แห่ง และตั้งแต่ต้นปีได้เปิดสาขาแรกนำร่องปี The Mall บางกะปิ และเมื่อเดือน ก.ค. 69 เปิดสาขาแห่งที่ 2 ที่ The Mall บางแค และเมื่อวันที่ 14 ส.ค. ได้เปิดที่ The Mall งามวงศ์วาน เป็นสาขาล่าสุดแห่งที่ 3 ส่วนสาขาที่ 4 และ 5 กำลังพิจารณาพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ตามหัวเมืองต่างๆ
“การเปิดสาขาในห้างได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ตั้งเป้ายอดขายประมาณ 50 ล้านบาท/ปี นอกจากนี้บริษัทยังเน้นการขายผ่านออนไลน์ ซึ่งยอดขายเติบโตต่อเนื่อง โดยปี 67 มีเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 25 ล้านบาท ปี 68 เติบโตเป็น 290 ล้านบาท ส่วนปีนี้ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 700-800 ล้านบาท” นายธฤทธิ์กล่าว
และควบคู่ไปกับการขยายสาขา บริษัทยังมีโครงการ "Million X นักขายดิจิทัลเงินล้าน" ซึ่งมุ่งเน้นการสร้าง "Life Advisor" หรือตัวแทนสายเลือดใหม่ โดยให้การสนับสนุนอย่างรอบด้าน ทั้งระบบ Intensive Training ตลอด 6 เดือนแรก โค้ชส่วนตัว ช่วยเหลือด้านสื่อการตลาด รวมถึงเงินสนับสนุนค่าเดินทางสูงสุด 3,000 บาท และรับรายได้ขั้นต่ำเดือนละ 10,000 บาท ในช่วง 6 เดือนแรก เพื่อสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับบุคลากรที่จะมาเป็นกำลังสำคัญขององค์กรในอนาคต
สำหรับผลิตภัณฑ์ที่เป็นไฮไลท์ของบริษัทที่ตอบโจทย์ทุกเป้าหมายการเงิน เพื่อเป็นทางเลือกในการสร้างความมั่นคงทางการเงิน ฟิลลิปไลฟ์ประกันชีวิต ได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นถึง 3 รูปแบบ ได้แก่
1. แม็กซ์ ทรี วัน 3/1 เอ็กซ์ตร้า (MaX 3/1 Xtra) : เน้นการออมระยะสั้น ชำระเบี้ยประกันภัยเพียง 1 ครั้ง แต่รับความคุ้มครองถึง 3 ปี พร้อมรับผลตอบแทนคงที่ 2% ต่อปี และรับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาสูงถึง 106%
2. แม็กซ์ เท็น วัน 10/1 เอ็กซ์ตร้า (MaX 10/1 Xtra) : ชำระเบี้ยประกันภัย 1 ครั้ง คุ้มครองยาวนาน 10 ปี รับผลตอบแทนต่อเนื่องทุกปี สูงสุดถึง 2.5% ต่อปี และสามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
3. แม็กซ์ เท็น เท็น 10/10 เอ็กซ์ตร้า พลัส (MaX 10/10 Xtra Plus) : แบบประกันที่ตอบโจทย์การลดหย่อนภาษี ชำระเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 10 ปี โดดเด่นด้วยการรับผลตอบแทนคงที่ 10% ต่อปี และสามารถนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาททุกปี