Talk of The Town

หุ้นไทยมีสัญญาณเสี่ยง! เปิด 4 ปัจจัยกดดันหนัก ฉุดเสน่ห์ลดลง


06 สิงหาคม 2569

หุ้นไทย_S2T (เว็บ)_0.jpg

โบรกฯ ชี้สัญญาณว่าเสน่ห์ของตลาดหุ้นไทยกำลังลดลงจาก 4 ปัจจัย พร้อมเตือนลดการไล่ซื้อดัชนี เน้นหุ้น DOMESTIC หลัง MOMENTUM กำลังชะลอลง FUND FLOW เริ่มไหลออก BOND YIELD ต่ำ แต่เงินบาทอาจอ่อนค่า

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า หุ้นไทย เสน่ห์ดึงดูด FUND FLOW เริ่มจาง หลังเคยโดดเด่นใน 7 เดือนแรก โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี ตลาดหุ้นไทยสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นเกือบ 29% และขึ้นมาอยู่ในกลุ่มตลาดหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุดของโลก โดยได้รับแรงหนุนจาก FUND FLOW ต่างชาติ รวมถึงบทบาทของตลาดหุ้นไทยในฐานะ แหล่งพักเงินช่วงที่ความเสี่ยงสงครามเพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวเริ่มเปลี่ยนไป และเห็นสัญญาณว่าเสน่ห์ของตลาดหุ้นไทยกำลังลดลงจาก 4 ปัจจัยสำคัญ

1. MOMENTUM ใน RRG เริ่มอ่อนแรง แม้ตลาดหุ้นไทยยังให้ผลตอบแทนย้อนหลังที่โดดเด่น แต่ตำแหน่งใน RELATIVE ROTATION GRAPH เริ่มสะท้อนว่า MOMENTUM กำลังชะลอลง และมีแนวโน้มเคลื่อนจากช่วง LEADING ไปสู่ WEAKENING จึงเป็นสัญญาณว่าตลาดหุ้นไทยอาจไม่ได้ OUTPERFORM ตลาดโลกต่อเนื่องเหมือนในช่วงก่อนหน้า และมีโอกาสกลับไปเคลื่อนไหวใกล้เคียงตลาดภูมิภาคหรือสหรัฐมากขึ้น

2. FUND FLOW เริ่มไหลออกเมื่อสงครามผ่อนคลาย แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติในช่วงก่อนหน้า ส่วนหนึ่งมาจากการใช้ตลาดหุ้นไทยเป็นแหล่งพักเงินในช่วงที่ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์และราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น เมื่อสถานการณ์สงครามเริ่มผ่อนคลาย ความต้องการถือหุ้นไทยในฐานะ SAFE HAVEN จึงลดลง ส่งผลให้ FUND FLOW พลิกจากการซื้อสะสมเป็นการทยอยขายสุทธิ และเพิ่มโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรหลัง SET ปรับขึ้นมาแรงดังนั้น หากไม่มีปัจจัยบวกใหม่เข้ามาทดแทน ตลาดอาจเผชิญข้อจำกัดด้าน UPSIDE ในระยะสั้น 

3. BOND YIELD ต่ำ แต่เงินบาทอาจอ่อนค่า BOND YIELD ไทยอยู่ในระดับต่ำมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นที่มีภาระดอกเบี้ยสูง และช่วยลดต้นทุนทางการเงินของภาคธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ในมุมของนักลงทุนต่างชาติ BOND YIELD ที่ต่ำและโอกาสปรับขึ้นดอกเบี้ยที่จำกัด ทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างไทยกับต่างประเทศยังไม่น่าสนใจ และอาจกดดันให้เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าผลที่ตามมาคือ นักลงทุนต่างชาติอาจขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวขึ้น เช่น หุ้นบวก 3% แต่เงินบาทอ่อนค่าในระดับใกล้เคียงกัน ผลตอบแทนเมื่อแปลงกลับเป็นดอลลาร์อาจเหลือไม่มาก จึงลดแรงจูงใจในการนำเงินกลับเข้ามาลงทุน 

และ4. การเมืองกลับมากวนใจเล็กน้อย ความไม่แน่นอนทางการเมืองเริ่มกลับมาเป็นปัจจัยรบกวน SENTIMENT ทั้งจากกระบวนการพิจารณาคดีทางการเมือง ประเด็นเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา และการเปิดประชุมรัฐสภาแม้ยังไม่ใช่ความเสี่ยงที่รุนแรงพอจะเปลี่ยนแนวโน้มตลาดทันที แต่สามารถทำให้นักลงทุนชะลอการเพิ่มน้ำหนักลงทุน และเพิ่มส่วนลดความเสี่ยงต่อสินทรัพย์ไทยในระยะสั้นได้ 

ดังนั้นกลยุทธ์ ลดการไล่ซื้อดัชนี เน้นหุ้น DOMESTIC CPALL, CRC, DOHOME, ERW, CENTEL, BA, THAI, BDMS, BH, MTC, SAWAD, TIDLOR โดย TOPPICK เลือก CPALL, MTC, THAI