
ราคาหุ้น TRUE (บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น) ปิดตลาดภาพเช้าไปที่ราคา 13.40 บาท ลดลง 0.40 บาท หรือ 2.90% เกิดจาก 2 ปัจจัยหลักที่เข้ามากดดันพร้อมกัน ดังนี้
1. ความกังวลแรงขายปรับพอร์ตจาก China Mobile
กระแสข่าวเรื่องการทยอยขายหุ้นของ China Mobile ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สัดส่วนราว 7.81% ได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับตลาดในระยะสั้น แม้ทาง TRUE จะได้ออกมาชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อสยบข่าวลือ โดยระบุว่า China Mobile ยืนยัน "ไม่มีความประสงค์จะขายหุ้นทั้งหมด" แต่เป็นการพิจารณาขายไม่เกิน 1% (ราว 345.5 ล้านหุ้น) เพื่อปรับสัดส่วนการลงทุนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบต่อจิตวิทยาการลงทุน (Market Sentiment) และทำให้นักลงทุนกังวลถึงแรงกดดันในระยะสั้น
2. งบ Q2/2569 ต่ำกว่าคาด เกิดแรง Sell on Fact
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญคือผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 โดย TRUE รายงานกำไรสุทธิที่ 6,554 ล้านบาท (หากไม่รวมรายการพิเศษ กำไรปกติจะอยู่ที่ 6,735 ล้านบาท) แม้จะยังคงเติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่ตัวเลขดังกล่าวกลับ ต่ำกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ราว 11% เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) รวมถึงต้นทุนบางส่วนที่สูงกว่าคาด ประกอบกับราคาหุ้น TRUE ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องก่อนหน้านี้ นักลงทุนจึงเลือกขายทำกำไรออกมาเมื่อผลประกอบการไม่ได้เร่งตัวแรงอย่างที่ตลาดคาดหวัง
มุมมองและกลยุทธ์จากนักวิเคราะห์
• ด้านพื้นฐานยังแข็งแกร่ง: บล.กรุงศรี และ บล.เอเซีย พลัส ประเมินตรงกันว่า การปรับลดพอร์ตของ China Mobile (หากเกิดขึ้นจริง) จะไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลัก เนื่องจาก China Mobile ไม่ได้เข้ามาบริหารโดยตรง ขณะที่โครงสร้างการทำกำไรของ TRUE ยังมีทิศทางสดใสจากการลดต้นทุนและการเกิด Synergy หลังการควบรวม
• กลยุทธ์การลงทุน: แม้ในระยะสั้นราคาหุ้นจะยังมีความผันผวนจากปัจจัยด้านจิตวิทยา แต่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังคงมองว่า จังหวะที่ราคาหุ้นย่อตัวลงมานี้ เป็นโอกาสในการเข้าสะสมสำหรับนักลงทุนระยะยาว จากแนวโน้มกำไรปี 2569 ที่ยังโตโดดเด่นพร้อมมีปันผลรองรับ