ผู้บริหาร Bitkub ยอมรับ ปกปิดข้อมูลเหรียญถูกแฮก หวั่นเกิดความโกลาหล

อดีตผู้บริหาร Bitkub รับเป็นผู้ปกปิดข้อมูล Bitkub exchange ถูกโจรกรรมเหรียญดิจิทัล หวังไม่ให้เกิดความโกลาหล-ความเสียหายวงกว้าง พร้อมยืนยันไม่มีผู้เสียหายจากเหตุการณ์ดังกล่าว
นายสกลกรย์ สระกวี หรือ ต้น อดีตผู้บริหารและหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง Bitkub ได้ออกมาเปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงการถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และ 2 อดีตกรรมการบริษัท แจ้งข้อความเท็จหลังถูกโจรกรรมคริปโต 1,700 ล้านบาท
โดยตนยอมว่า ในวันที่ 10 พ.ค. 2564 ได้เกิดเหตุการณ์ที่ Bitkub exchange ถูกแฮกจริง โดยการโจมตีจากโจรไซเบอร์ เป็นเหตุให้สูญเสียเหรียญดิจิทัล ซึ่งตนในฐานะผู้บริหารตัดสินใจใช้เงินส่วนตัวในการซื้อเหรียญคืนให้ลูกค้าครบภายในปีดังกล่าว โดยไม่มีลูกค้าคนไหนเกิดความเสียหายขึ้น
พร้อมกับยอมรับว่าตนเป็นคนที่ตัดสินใจปกปิดข้อมูลนี้ และเป็นคนแก้ไขรายงานดจ.1 โดยมิให้มีใครทราบ ซึ่งกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานไม่มีส่วนร่วมเห็นใดใดทั้งสิ้น เป็นการกระทําของตนเองเท่านั้น ซึ่งยอมรับว่าไม่ได้ปฏิเสธความผิด แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความโกลาหลและความเสียหายเป็นวงกว้าง
สำหรับการตัดสินใจปกปิดข้อมูลครั้งนี้ เนื่องจากเป็นการตัดสินใจเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์และความเสียหายต่อลูกค้าไปจนถึงองค์กร เพราะในอดีตหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นมา ลูกค้าจะตื่นตกใจลูกค้าที่ถูกขโมยเหรียญจะสูญเงิน คนจะแห่ถอนเหรียญ เทขายเหรียญ ราคาเหรียญจะดิ่งลง จนเกิดความโกลาหลและก็จะลุกลามเป็นลูกโซ่ หรือเรียกว่า ปรากฏการณ์ Bank Run
โดยเพื่อเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อการกระทำดังกล่าว ตนขอลาออกจากทุกตำแหน่งในบริษัท Bitkub exchange และ Bitkub Capital Group Holdings เป็นที่เรียบร้อย
ทั้งนี้ อยากขอให้นักลงทุนและลูกค้าสบายใจ ว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ซึ่งมันผ่านมานานมาก และในปัจจุบัน Bitkub exchange ได้พัฒนาอย่างก้าวกระโดดเป็นอย่างมากครับ โดยได้ลงทุนพวกเราลงทุนในระบบความปลอดภัยหลายร้อยล้านบาท ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานอิสระมาแล้วหลายครั้ง มีระบบการทํางานตรวจสอบภายในที่รัดกุมที่สําคัญที่สุด และได้ย้ายเงินลูกค้าไปเก็บยังคัสโตเดียนระดับโลกอย่าง BitGo และ Coinbase