
สาเหตุหลักที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารใหญ่ ทั้ง KBANK BBL SCB KTB และ TTB ปรับตัวลดลงยกแผงในวันนี้ มาจาก แรงขายทำกำไร (Sell on Fact) หลังธนาคารพาณิชย์ทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ออกมา แม้ว่าส่วนใหญ่จะมีกำไรเติบโตดีกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ก็ตาม โดยมีปัจจัยสำคัญดังนี้
1. แรงขายทำกำไรหลังรับข่าวบวกไปล่วงหน้า
ก่อนหน้านี้ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากแรงเก็งกำไรผลประกอบการ ทำให้เมื่อผลประกอบการจริงประกาศออกมา แม้จะออกมาดีกว่าคาดทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) และปีก่อน (YoY) นักลงทุนจำนวนไม่น้อยก็เลือกขายทำกำไรทันที ส่งผลให้หุ้นกลุ่มแบงก์ถูกเทขายพร้อมกัน
2. Valuation เริ่มตึงตัว และ Dividend Yield ลดลง
หลังจากราคาหุ้นปรับตัวขึ้นมามากในช่วงที่ผ่านมา นักลงทุนที่สะสมหุ้นไว้ตั้งแต่ระดับราคาต่ำจึงทยอยล็อกกำไร ขณะเดียวกัน เมื่อราคาหุ้นสูงขึ้น อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ก็ลดลงจากเดิมที่เคยอยู่ราว 6–7% เหลือประมาณ 4–5% ทำให้เสน่ห์ของการถือครองระยะยาวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อน
3. ความกังวลต่อแนวโน้มครึ่งปีหลัง
แม้ผลประกอบการไตรมาส 2 จะออกมาแข็งแกร่ง แต่ตลาดเริ่มหันไปมองแนวโน้มในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งโดยปกติธุรกิจธนาคารมักมีผลการดำเนินงานชะลอลงตามฤดูกาล นอกจากนี้ บางธนาคารยังเผชิญแรงกดดันจากการตั้งสำรองหนี้สูญและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้หุ้นบางตัว เช่น BAY ปรับตัวลงแรงกว่ากลุ่ม
อย่างไรก็ตาม...โดยภาพรวม นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่มองว่าการปรับฐานของหุ้นกลุ่มธนาคารในรอบนี้เป็นเพียงผลจากปัจจัยทางเทคนิคและแรงขายทำกำไรระยะสั้น มากกว่าจะเป็นสัญญาณว่าปัจจัยพื้นฐานของกลุ่มเปลี่ยนแปลง เพราะฐานะการเงิน ความสามารถในการทำกำไร และคุณภาพสินทรัพย์ของธนาคารไทยโดยรวมยังถือว่าแข็งแกร่งอยู่