กระดานข่าว

DITTO เทรด Blu Green Token วันแรกพุ่งเหนือจอง !!


20 กรกฎาคม 2569

S__53207062.jpg

DITTO นำโทเคนดิจิทัล “Blu Green Token” เข้าเทรดวันแรกบน “บิทคับ ออนไลน์” ราคาเปิดเหนือจอง 8.30% จากราคาจองซื้อ 1.20 บาทต่อเหรียญโทเคน จากนั้นขยับขึ้นไป 1.44 บาท พุ่ง 20.00% “ฐกร” เผยระดมทุน 480 ล้านลงทุนด้านเทคโนโลยี ดูแลรักษาป่า

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เป็นวันแรกที่ บริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด (SCTC) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DITTO ได้นำโทเคนดิจิทัล “Blu Green Token” เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล Bitkub โดยเปิดตลาดที่ 1.30 บาทต่อเหรียญโทเคน เพิ่มขึ้น 0.10 บาท จากราคาจอง 1.20 บาทต่อโทเคน

ด้าน นายฐกร รัตนกมลพร เปิดเผยว่า วันนี้ถือเป็นฤกษ์ดีที่ DITTO ได้ทำการซื้อขาย(Trade)โทเคนดิจิทัล “ Blu Green Token” ซึ่งเป็น โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) ที่มีคาร์บอนเครดิตที่ได้รับจากโครงการฟื้นฟูป่าชายเลนที่ STCT เข้าร่วม เป็นสินทรัพย์อ้างอิงและเป็นโทเคนเพื่อสิ่งแวดล้อมเหรียญแรกของไทย เพื่อระดมทุนใช้ในโครงการปลูกและดูแลรักษาป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต โดยรายได้จากการขาย Blu Green Token จำนวน 400 ล้านเหรียญมูลค่า 480 ล้านบาทจะนำไปใช้ในการปลูก ปลูกซ่อม และดูแลรักษาป่าชายเลนครอบคลุมพื้นที่ 17,531.04 ไร่ซึ่งขึ้นทะเบียน Standard T-VER และ Premium T-VER ขององค์การบริหารก๊าซเรือนกระจก (อบก.) เพื่อให้การบริหารจัดการผืนป่าชายเลนมีประสิทธิภาพ และมีสภาพอุดมสมบูรณ์ที่สุด

นอกจากนี้บริษัทจะนำมาใช้ในการตรวจวัดการได้มาซึ่งคาร์บอนเครดิตหรือ “Verify Carbon Credit” โดยได้พัฒนาและบูรณาการในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการดำเนินงาน ประกอบด้วย โดรนบินสำรวจ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียม( Satellite  Monitoring) เข้ามาใช้ในการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด อีกทั้งใช้ Tree Detection App (TDA) เพื่อตรวจนับต้นไม้รายต้นและวิเคราะห์อัตราการรอดตาย ในพื้นที่ที่ต้องการรายละเอียดสูงและ ระบบฐานข้อมูลดิจิทัล ใช้แอพลิเคชั่นที่พัฒนาโดย Siam TC เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีขั้นสูงจะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก

นายฐกร กล่าวอีกว่า เมื่อป่าชายเลนมีความอุดมสมบูรณ์ และมีประสิทธิภาพการดูดซับคาร์บอนแล้ว ประโยชน์ที่ได้ตามมายังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์ทะเลวัยอ่อน เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ช่วยให้ชาวบ้านที่มีอาชีพประมงพื้นบ้านมีความมั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ช่วยรักษาความสมดุลและความหลากหลายทางชีวภาพ แนวป่าชายเลนและหญ้าทะเลช่วยลดความรุนแรงของคลื่นป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง และลดผลกระทบจากพายุ ที่สำคัญโครงการนี้ยังช่วยให้คนในชุมชนมีรายได้จากการรับจ้างดูแลต้นไม้และดูแลป่าซึ่งจะทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น 

นายฐกร กล่าวอีกว่า สำหรับจุดเริ่มต้นโครงการนี้มาจากบริษัท สยาม ทีซี เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกได้ทำงานร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช). มานานจนมีความเชี่ยวชาญทำให้รู้ว่าป่าชายเลนมีประโยชน์ในด้านการดูดซับคาร์บอนได้เป็นอย่างดี คาร์บอนที่ได้จากป่าชายเลนเรียกว่า Blue Carbon ที่มีประสิทธิภาพในการกักคาร์บอนได้สูงกว่าป่าบกถึงเกือบ 10 เท่า  ประกอบกับในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ภาวะโลกร้อนทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเกิดภัยพิบัติต่างๆตามมามากมาย DITTO ในฐานะที่เป็นบริษัทของคนไทยจึงน่าจะเข้ามามีส่วนในการแก้ปัญหา อีกทั้ง กรมทรัพยทากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) มีนโยบายเปิดให้เอกชนเข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนเพื่อประโยชน์คาร์บอนเครดิต โดย DITTO ได้รับสิทธิในการดูแลรักษาป่าชายเลนด้วย จึงกลายเป็นธุรกิจใหม่ คือ กลุ่มกรีนเทคฯ

“อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ธุรกิจหลักของ DITTO คือกลุ่ม บริการระบบจัดการเอกสารและข้อมูลแบบครบวงจร (Document & Data Management Solution) ในแต่ละปีช่วยให้องค์กรต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชนลดการใช้กระดาษและลดการตัดต้นไม้จำนวนมหาศาล สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของเราที่ดำเนินธุรกิจที่ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมและ รักษ์โลกมาโดยตลอด”นายฐกรกล่าว

นางสาวจิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด(Token X) ภายใต้กลุ่มเอสซีบี เอกซ์( SCBX Group) ในฐานะผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล ( ICO Portal) ที่ได้รับอนุญาติจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(สำนักงาน ก.ล.ต.) กล่าวว่า ความสำเร็จในการนำ Blu Green Token เข้าซื้อขายในตลาดรองรวมถึงกระแสตอบรับที่ดีจากผู้ลงทุนสะท้อนแนวโน้มการเติบโตของการลงทุนที่คำนึงถึงผลตอบแทนควบคู่กับผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม (Sustainable Investment) ที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากผู้ลงทุนหลายประเภท นอกจากนี้ Blu Green Token นับเป็นหนึ่งตัวอย่างในการเลือกลงทุนแบบใหม่และการขยายโอกาสการเข้าถึงสินทรัพย์มีคุณภาพให้แก่ผู้ลงทุนหลายกลุ่ม โดย Token X เชื่อมั่นว่าโครงการนี้จะช่วยต่อยอดศักยภาพของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในการเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับการขับเคลื่อนความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม