รายงานพิเศษ : EA เด่นรัฐเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงาน น้ำมันโลกยังผันผวน อัดงบ 2 แสนล้าน

ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนต่อเนื่อง ตอกย้ำความจำเป็นที่ไทยต้องลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ขณะที่ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ซึ่งจัดสรรวงเงินกว่า 2 แสนล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด โดยเฉพาะธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเอื้อต่อการเติบโตของ EA ในระยะยาว
ความผันผวนของราคาน้ำมันโลกยังคงเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย หลังสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์กลับมารุนแรงอีกครั้ง ส่งผลให้ราคาพลังงานในตลาดโลกเคลื่อนไหวในระดับสูงและมีความไม่แน่นอนมากขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงความเปราะบางของประเทศไทยในฐานะประเทศที่ยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเป็นสัดส่วนสูง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ยอมรับว่า ความผันผวนของราคาน้ำมันได้เริ่มส่งผ่านมายังอัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพของประชาชน พร้อมย้ำว่าการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศถือเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน ลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดของรัฐบาล หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พระราชกำหนดเงินกู้ 4 แสนล้านบาทมีผลเดินหน้าต่อได้ โดยจัดสรรวงเงิน 200,000 ล้านบาท สำหรับโครงการด้านพลังงานสะอาดและการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล ซึ่งถือเป็นเม็ดเงินลงทุนขนาดใหญ่ที่จะเร่งการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศในหลายมิติ
เม็ดเงินดังกล่าวจะถูกนำไปสนับสนุนโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ระบบกักเก็บพลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การสร้างรายได้จากคาร์บอนเครดิต ตลอดจนการส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ผ่านการลงทุนสถานีชาร์จ สถานีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการพัฒนาทักษะแรงงานเพื่อรองรับอุตสาหกรรมพลังงานแห่งอนาคต
ซึ่งนโยบายดังกล่าวจะช่วยเร่งการเติบโตของห่วงโซ่อุตสาหกรรม EV ทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ผู้พัฒนาแบตเตอรี่ ผู้ให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า ผู้พัฒนาระบบกักเก็บพลังงาน และผู้ประกอบการด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนภาครัฐในระยะยาว
หนึ่งในบริษัทที่อยู่ในตำแหน่งพร้อมรับอานิสงส์คือ บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) ซึ่งดำเนินธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่พลังงานหมุนเวียน แบตเตอรี่ ระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงยานยนต์ไฟฟ้าและโครงสร้างพื้นฐานด้าน EV ทำให้มีโอกาสได้รับประโยชน์โดยตรงจากทิศทางนโยบายของภาครัฐที่มุ่งลดการพึ่งพาน้ำมันและส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
นายวสุ กลมเกลี้ยง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงินของ EA มั่นใจผลประกอบการไตรมาส 2/2569 เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยบริษัทมีกระแสเงินสดเพียงพอ และคาดว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะเติบโตดีกว่าปีก่อน เนื่องจากธุรกิจมีเสถียรภาพมากขึ้นและได้ผ่านช่วงต่ำสุดของวัฏจักรธุรกิจไปแล้ว
ในด้านธุรกิจ EV บริษัทเตรียมเปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ทั้งแบบ 5 ที่นั่งและ 7 ที่นั่ง เพื่อรองรับตลาดรถรับส่งนักท่องเที่ยวและกลุ่มโรงแรมในรูปแบบ B2B พร้อมเดินหน้าส่งมอบรถจากสต็อกอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดรับกับการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและแนวโน้มการใช้ยานยนต์พลังงานสะอาดในภาคบริการ
สำหรับนักลงทุน ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่เพียงผลประกอบการระยะสั้นของ EA แต่คือการที่บริษัทดำเนินธุรกิจอยู่ในอุตสาหกรรมที่ได้รับการสนับสนุนจากนโยบายภาครัฐอย่างชัดเจน ทั้งจากแผนลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด และการเร่งขยายระบบนิเวศของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างโอกาสการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว หากการลงทุนตาม พ.ร.ก.เงินกู้ทยอยดำเนินการได้ตามแผน ก็จะเป็นแรงส่งสำคัญต่อผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาด และเสริมศักยภาพการเติบโตของ EA ในฐานะหนึ่งในผู้เล่นหลักของอุตสาหกรรมนี้