Talk of The Town

ราคาน้ำมันดิ่งแน่! หลัง OPEC+ เพิ่มโควตาผลิตเดือน ส.ค. ตามอุปทานน้ำมันโลกพุ่ง


06 กรกฎาคม 2569

ราคาน้ำมันดิ่งแน่!_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

สายเดินทางเฮ! นักวิเคราะห์คาดครึ่งหลังปีนี้ ราคาน้ำมันส่อแววลดลง หลัง OPEC+ ปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมัน 1.88 แสนบาร์เรลต่อวัน แนะหุ้นโรงกลั่น โดยคาดว่าแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) จะช่วยหนุนกำไรในไตรมาส 2/69 

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 ก.ค.69 ที่ผ่านมา ที่ประชุมออนไลน์ของประเทศสมาชิกOPEC+ 7 ประเทศ (รวมถึง ซาอุดิอาระเบีย รัสเซีย อิรัก คูเวต คาซัคสถาน แอลจีเรีย และโอมาน) ได้มีมติปรับเพิ่มเป้าหมายการผลิตน้ำมัน 1.88 แสนบาร์เรลต่อวัน (kbd) ในเดือน ส.ค.69 ต่อเนื่องจากเดือน มิ.ย.-ก.ค.69

ทั้งนี้ แม้กลุ่ม 7 ประเทศสมาชิกได้ปรับเพิ่มเป้าการผลิตแล้วเกือบ 8 แสนบาร์เรลต่อวัน ในช่วงเดือน เม.ย.-ก.ค.69 แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแค่ตัวเลขบนกระดาษ เนื่องจากผลกระทบจากสงครามอิสราเอล/สหรัฐอเมริกา (US)-อิหร่าน ซึ่งส่งผลให้มีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) ซึ่งเป็นช่องทางขนส่งน้ำมันที่สำคัญของประเทศสมาชิก เช่น ซาอุดิอาระเบีย คูเวตและอิรัก 

สำหรับข้อมูลจาก OPEC แสดงให้เห็นว่าปริมาณการผลิตน้ำมันของ OPEC+ ลดลง เหลือ 33.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน (mbd) ในเดือน พ.ค.69 จาก 42.77 mbd ในเดือน ก.พ.69 ก่อนที่ตัวเลขดังกล่าวจะมีการฟื้นตัวในเดือน มิ.ย.69 

โดยหาก OPEC+ ยังคงเพิ่มโควตาการผลิตเท่าเดิมในเดือน ก.ย.69 กลุ่ม OPEC+ จะถอนการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันโดยสมัครใจ (voluntary production cuts) ที่ 1.65 mbd (ซึ่งประกาศมาตั้งแต่ เม.ย.66) ในการประชุมครั้งถัดไปในวันที่ 2 ส.ค.69

อย่างไรก็ตาม มีมุมมองเป็นกลางต่อข่าวนี้ โดยทิศทางราคาน้ำมันดิบสอดคล้องกับมุมมองที่เชื่อว่าราคาน้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงในครึ่งหลังของปี 69 เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ตามอุปทานน้ำมันโลกที่สูงขึ้นหลังช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) กลับมาเปิดอีกครั้ง 

ทั้งนี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (3 ก.ค.69) ราคาสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ Brent ปิดบวกเล็กน้อย 0.5% เป็น 72.1 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งใกล้เคียงระดับก่อนเกิดสงครามอิสราเอล/US-อิหร่าน หลัง US-อิหร่านสามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพได้เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.69 อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้น ยังคงสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยปีนี้ที่ 85 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล แม้จะเริ่มเห็นความเสี่ยงขาลง (downside risk) หากราคาน้ำมันทรงตัวในระดับปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นยังคงน้ำหนักการลงทุน "เท่ากับตลาด" สำหรับกลุ่มพลังงานและชอบหุ้นโรงกลั่น โดยคาดว่าแนวโน้มส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันและราคาน้ำมันดิบ (crack spread) จะช่วยหนุนกำไรในไตรมาส 2/69 ได้ โดยหุ้นที่ชอบ คือ TOP แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 55.00 บาท และ SPRC แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 8.50 บาท