Talk of The Town

AAV งบไตรมาส 2 สุดช็อก! โบรกฯคาดขาดทุนกว่า 2.7 พันลบ. สูงสุดหน้าประวัติศาสตร์ เซ่นพิษราคาน้ำมัน


02 กรกฎาคม 2569

AAV งบ_S2T (เว็บ)_1.1.jpg

AAV โบรกฯ คาดไตรมาส 2/69 ขาดทุน 2.7 พันล้านบาท ขาดทุนรายไตรมาสสูงสุดในหน้าประวัติศาสตร์ เหตุเจอผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง-ขายยอดจองตั๋วล่วงหน้าได้ในราคาต่ำ พร้อมแนะนำ “ขาย” ราคาเหมาะสม 0.90 บาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ทีทีบี เวลธ์จํากัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า AAV จะมีผลขาดทุนสุทธิรายไตรมาสสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 2.7 พันล้านบาทใน 2/69 จากราคานํ้ามันอากาศยานพุ่งขึ้นสู่ระดับ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 2568 และ 124 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในไตรมาส 1/69)

และยอดจองล่วงหน้าที่ขายในราคาตํ่า ทําให้บริษัทไม่สามารถปรับขึ้นค่าโดยสารได้มากพอที่จะชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้นรวมไปถึงอุปสงค์การเดินทางทางอากาศที่อ่อนแอ ทําให้สายการบินต้องปรับกําลังการให้บริการลง 12–13% แต่หลังความขัดแย้งในตะวันออกกลางคลี่คลายลง และราคานํ้ามันอากาศยานลดลงมาที่ 113 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล 

ดังนั้น คาดว่ากําไรจะเริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาส 4/69 โดยสมมติให้ราคานํ้ามันอากาศยานเฉลี่ยอยู่ที่ 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล, 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ 90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปี 2569-2570 และค่าโดยสารเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 17% ในปี 2569 จากการปรับค่าโดยสารขึ้น 

ก่อนที่จะปรับลง 12% และ 3% ในปี 2570-2571 จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจะกลับมากดดันค่า โดยสารอีกครั้ง ด้วยเหตุนี้ คาดว่า AAV จะขาดทุนสุทธิ 1.5 พันล้านบาทในปี 2569 ก่อนพลิกกลับมามีกําไร 712 ล้านบาทในปี 2570 ก่อนกําไรลดลง 7% ในปี 2571

ทั้งนี้ ผลขาดทุนในปีนี้จะยิ่งทําให้ฐานะการเงินของ AAV อ่อนแอลง คาดว่าขาดทุนสะสมจะเพิ่มขึ้นเป็น 6 พันล้านบาท (จาก 3.5 พันล้านบาท ในปี 2568) และอัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 เท่า จาก 0.6 เท่า เนื่องจากเครื่องบินเกือบทั้งหมดของ AAV อยู่ภายใต้สัญญาเช่าดําเนินงาน 

โดยทําให้บริษัทมีสินทรัพย์ที่สามารถนําไปใช้เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ค่อนข้างจํากัด เราจึงยังคงกังวลต่อความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์หนี้ โดยบริษัทต้องชําระคืนเงินกู้และหุ้นกู้ 5 พันล้านบาท, 4 พันล้านบาท และ 3 พันล้านบาท ในช่วงปี 2569-2571

ดังนั้น ยังคงแนะนํา “ขาย” AAV เนื่องจากปรับกําไรปี 2569 ลงจากเดิมที่คาดว่ามีกําไร 449 ล้านบาท เป็นขาดทุน 1.5 พันล้านบาท หลักๆ มาจากการปรับเพิ่มสมมติฐาน ราคานํ้ามันอากาศยาน ทําให้ราคาเป้าหมายลดลงเหลือ 0.90 บาทหุ้น จากเดิมที่ 0.95 บาท 

แม้ราคานํ้ามันอากาศยานจะเริ่มปรับตัวลดลง แต่ยังคงให้ความระมัดระวังต่อแนวโน้มของกลุ่มสายการบิน เนื่องจากจํานวนเครื่องบินที่กลับ เข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้น ทําให้การแข่งขันด้านราคาและบริการรุนแรงขึ้น และ AAV ดําเนินเฉพาะธุรกิจสายการบินต้นทุนตํ่า ซึ่งมีอัตรากําไรตํ่า ทําให้บริษัทมีความอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนของอุตสาหกรรมสูง และมีความสามารถในการทํากําไรจํากัด โดยมี ROE เพียง 6% 

รวมไปถึง ฐานะการเงินของบริษัทยังค่อนข้างอ่อนแอ โดยคาดว่าจะมีขาดทุนสะสม 5-6 พันล้านบาท ในปี 2569-2571 และมูลค่าหุ้น AAV ยังไม่น่าสนใจโดยซื้อขาย P/E ที่ราว 20 เท่า ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มฯ ที่ 13 เท่า

AAV