เคทีซีเตือนจ่ายหนี้ขั้นต่ำควรใช้ชั่วคราว มองเป็นโอกาสให้ตั้งหลักทางการเงิน

KTC เตือนจ่ายชำระขั้นต่ำถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระชั่วคราว ไม่ควรใช้เป็นประจำในระยะยาว แนะทบทวนสุขภาพทางการเงินและบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
ในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยยังต้องเผชิญกับความท้าทายด้านรายได้ ค่าครองชีพ และภาระหนี้ที่สะสมมาจากหลายปีก่อน การมีมาตรการช่วยผ่อนคลายภาระการชำระหนี้ จึงถือเป็นโอกาสสำคัญที่ช่วยให้หลายครัวเรือนมีสภาพคล่องมากขึ้น และมีเวลาจัดระเบียบสถานะทางการเงินของตนเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อภาระรายเดือนลดลง สิ่งที่ผู้ถือบัตรเครดิตควรตระหนักคือ “ความสบายในระยะสั้น” อาจไม่ได้หมายถึง “ภาระหนี้ที่ลดลงในระยะยาว” เสมอไป เพราะแม้ยอดชำระขั้นต่ำจะช่วยให้บริหารกระแสเงินสดได้คล่องตัวขึ้น แต่หากยังคงมียอดคงค้างอยู่ หนี้ส่วนที่เหลือก็ยังถูกคิดดอกเบี้ยต่อเนื่อง และอาจใช้เวลานานกว่าที่คิดในการปลดภาระทั้งหมด
ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างหนึ่งของผู้ใช้บัตรเครดิต คือการมองว่าการจ่ายขั้นต่ำเป็นวิธีจัดการหนี้ที่เพียงพอ ในความเป็นจริง การชำระขั้นต่ำถูกออกแบบมาเพื่อช่วยบรรเทาภาระชั่วคราว ในช่วงที่ผู้ถือบัตรมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่อง ไม่ใช่แนวทางการชำระหนี้ที่ควรใช้เป็นประจำในระยะยาว เนื่องจากเงินที่ชำระในแต่ละงวดส่วนหนึ่งจะถูกนำไปชำระดอกเบี้ย ทำให้เงินต้นลดลงช้ากว่าที่หลายคนคาดคิด
ดังนั้น สำหรับผู้ที่ยังมีกำลังชำระ การจ่ายมากกว่ายอดขั้นต่ำจึงเป็นทางเลือกที่ช่วยลดภาระทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่า แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในแต่ละเดือน แต่ก็สามารถช่วยลดเงินต้น ลดดอกเบี้ยสะสม และย่นระยะเวลาการเป็นหนี้ได้อย่างมีนัยสำคัญ
อีกประเด็นสำคัญคือ การใช้ช่วงเวลานี้ทบทวนสุขภาพทางการเงินของตนเองอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็นการสำรวจรายรับ รายจ่าย ภาระหนี้ และเงินสำรองฉุกเฉิน เพราะการรู้สถานะทางการเงินที่แท้จริงจะช่วยให้สามารถวางแผนบริหารหนี้ได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น หลายครั้งปัญหาหนี้ไม่ได้เกิดจากรายได้ที่ไม่เพียงพอเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการขาดการวางแผนและการติดตามพฤติกรรมการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
สำหรับผู้ที่เริ่มมีสัญญาณความเสี่ยง เช่น ชำระหนี้ได้เพียงขั้นต่ำต่อเนื่องหลายเดือน ใช้บัตรเครดิตหลายใบเพื่อหมุนสภาพคล่อง หรือเริ่มกังวลว่าจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด สิ่งที่ควรทำที่สุดคือการติดต่อสถาบันการเงินโดยเร็ว เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นการปรับโครงสร้างหนี้ หรือการปรับเงื่อนไขการผ่อนชำระให้สอดคล้องกับกำลังชำระในปัจจุบัน การแก้ปัญหาตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมักมีทางเลือกมากกว่า และช่วยลดผลกระทบต่อสถานะทางการเงินในอนาคตได้ดีกว่าการปล่อยให้ปัญหาสะสมจนบานปลาย
“เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เชื่อมาโดยตลอดว่า การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม (Responsible Lending) ไม่ได้หมายถึงเพียงการพิจารณาสินเชื่ออย่างรอบคอบ แต่ยังรวมถึงการสนับสนุนให้สมาชิกใช้สินเชื่ออย่างเหมาะสมกับศักยภาพทางการเงินของตนเอง พร้อมเปิดโอกาสให้เข้าถึงความช่วยเหลือเมื่อประสบปัญหาทางการเงิน ผ่านโครงการต่างๆ ที่มุ่งส่งเสริมการฟื้นฟูสุขภาพทางการเงินอย่างยั่งยืน
ในวันที่เศรษฐกิจยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การมีเวลามากขึ้นในการบริหารภาระหนี้ถือเป็นโอกาสที่มีคุณค่า แต่สิ่งสำคัญยิ่งกว่าคือการใช้โอกาสนั้นเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว เพราะท้ายที่สุดแล้ว หนี้จะหมดได้ไม่ใช่เพราะมีเวลามากขึ้น แต่เพราะมีแผนที่ชัดเจนและมีวินัยในการเดินตามแผนนั้นอย่างต่อเนื่อง
หนี้มีเวลามากขึ้น ไม่ได้แปลว่าหนี้น้อยลง แต่หากใช้เวลาอย่างถูกวิธี อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับมามีสุขภาพทางการเงินที่แข็งแรงอีกครั้ง
ยอดนิยม
บ้านปูแชร์แนวคิด Human Intelligence และ Artificial Intelligence ขับเคลื่อนองค์กรสู่อนาคต
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมเวที ASEAN Exchanges CEOs Meeting ครั้งที่ 39 ที่เวียดนาม ชูความร่วมมือ DR เชื่อมตลาดทุนภูมิภาค
DITTO ได้ฤกษ์ขาย Blu Green Token
GGC ยกระดับธุรกิจสู่ความยั่งยืน ผลักดัน B100 สู่เชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) พร้อมขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง (HVP)