CPALL ราคาไม่แพง! โบรกฯ เพิ่มเป้า 62 บาท “ไทยช่วยไทยพลัส” กระทบจำกัด

นักวิเคราะห์มอง CPALL เติบโตดีแต่มูลค่าหุ้นยังไม่แพง แนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเป้าหมายเป็น 62 บาท คาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่ง ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐต่อ CPALL มีจำกัด ถูกชดเชยจากประโยชน์ที่เกิดกับ CPAXT
นักวิเคราะห์บริษัท หลักทรัพย์ ธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บทวิเคราะห์นี้เป็นการโอนการวิเคราะห์ไปยังนักวิเคราะห์คนใหม่ โดยมองว่า CPALL เติบโตดีแต่มูลค่าหุ้นยังไม่แพง ยังคงแนะนำ “ซื้อ” CPALL และปรับราคาเป้าหมาย (ปีฐาน 2569) เป็น 62 บาท จาก 60 บาท 1. คาดว่า EPS จะเติบโตแข็งแกร่งในปี 69-71 ที่ 13/15/14% หลังปรับเพิ่มกำไรขึ้น 1-2% ต่อปี สะท้อนกำไรไตรมาส 1/69 ที่แข็งแกร่ง เติบโต 20% จากปีก่อน
2. คาดว่าผลกระทบจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ของภาครัฐต่อ CPALL มีจำกัด เนื่องจากถูกชดเชยจากประโยชน์ที่เกิดกับ CPAXT ซึ่ง CPALL ถือหุ้นอยู่ 59.93% รวมถึงกลยุทธ์การเตรียมความพร้อมของ CPALL ที่ดีขึ้น
3. แม้คาดว่ายอดขายสาขาเดิมในปีนี้จะทรงตัว แต่ยังคงคาดว่า EPS จะโต 13% จากการขยายสาขาในเชิงรุกต่อเนื่อง รวมถึงการบริหารสัดส่วนสินค้าที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
และ 4. มองว่าที่ PE ปี 69 เพียง 13 เท่า ได้สะท้อนความเสี่ยงจากประเด็นธุรกิจ Virtual Bank ที่เกิดขึ้นล่าสุดไปแล้ว
สำหรับ CPALL ซึ่งเป็นผู้ประกอบการธุรกิจร้านสะดวกซื้อ (CVS) ที่มีการบริหารจัดการโดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งของไทย และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีและยั่งยืน
ทั้งนี้คาดว่า CPALL จะมี EPS กำไร 13.6% ในปีนี้ แม้โครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทยพลัส” ในเดือนมิถุนายน-กันยายน 69 เปิดให้เฉพาะร้านค้าดั้งเดิม และผู้ค้ารายย่อย/หาบเร่แผงลอยเข้าร่วมโครงการเท่านั้น ด้วยมีความพร้อมมากขึ้นในการเปิดตัวสินค้าใหม่ การบริหารอัตรากำไรของสินค้า และได้ประโยชน์จากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
จึงคาดว่ายอดขายสาขาเดิมของ CPALL ไตรมาส 3/69 ซึ่งเป็นช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เต็มไตรมาส จะลดลงน้อยกว่าการลดลง 1.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่เกิดขึ้นในช่วงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” รอบก่อนใน ไตรมาส 4/68
ทั้งนี้ กำไรของ CPALL ในไตรมาส 4/68 ยังเติบโต 2.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 11.5% ในปี 68 แม้ยอดขายสาขาเดิมติดลบ 0.3% ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอและผลกระทบจากโครงการ “คนละครึ่งพลัส” โดยได้แรงหนุนจากการขยายสาขาและกลยุทธ์บริหารสัดส่วนสินค้าที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไร
สำหรับปีนี้ คาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะทรงตัว และ EPS เติบโต 13.6% ส่วนปี 70 คาดว่ายอดขายสาขาเดิมจะเติบโต 2.5% และกำไรเติบโต 14.6% จากผลของฐานต่ำในช่วงที่มีโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” รวมถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น
นอกจากนี้ CPALL ยังคงขยายสาขาต่อเนื่องราว 700 สาขาต่อปี จาก 15,945 สาขาในปี 2025 คิดเป็นการเติบโตราว 4% ต่อปี ดังนั้นการขยายสาขาจึงเป็นปัจจัยหลักหนุนการเติบโตของกำไร ทำให้บริษัทสามารถรักษาการเติบโตได้ แม้ยอดขายสาขาเดิมจะหดตัวเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ สาขาในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ยังคงมีสัดส่วนสูงถึง 42% ของสาขาทั้งหมด ทำให้เราเห็นโอกาสอีกมากในการขยายสาขาในช่วงหลายปีข้างหน้า
ยอดนิยม
เปิดโผ 6 หุ้นแถวสอง โบรกฯ ชี้มีลุ้นทะยานหนัก รับตะวันออกกลางคลายตัว
ไขข้อสงสัย วานนี้สถาบันซื้อ 8 พันลบ. โบรกฯชี้ไม่ใช่การไล่ซื้อหุ้น แต่เป็นบิ๊กล็อต TTB ทำมูลค่าป่วน
TISA หนุนเงินเข้าตลาด โบรกฯ คาดทุก 1 หมื่นลบ. ดัน SET พุ่ง 30 จุด จับตาหุ้นปันผล-ESG รับทรัพย์
TISCO โบรกฯ คาดงบ Q2 จ่อโกยกำไร 1.79 พันลบ. ลุ้นครึ่งแรกปีนี้แจกปันผล 2 บาท