
ราคาหุ้น AOT ปิดตลาดภาคเช้าพุ่งแตะ 57.75 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.00 บาท หรือคิดเป็น +3.59% หลังจากบริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (KGI) ระบุว่า สถานการณ์ของ AOT กำลังผ่านพ้นช่วงที่ยากลำบากที่สุดจากผลกระทบของความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านแล้ว
โดยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา (มี.ค. - พ.ค. 2569) ส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยานกับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (Crack Spread) เริ่มปรับตัวลดลง ส่งผลให้ทางฝ่ายวิจัยปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิของ AOT ดังนี้:
ปี FY69F (ใหม่): คาดกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.91 หมื่นล้านบาท (+5.4% YoY) จากประมาณการเดิมที่ 1.87 หมื่นล้านบาท
ปี FY70F (ใหม่): คาดกำไรสุทธิก้าวกระโดดไปที่ 2.72 หมื่นล้านบาท (+42.4% YoY) จากประมาณการเดิมที่ 2.59 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ เคจีไอยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการระยะยาวของ AOT โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขสัญญากับกลุ่มคิง เพาเวอร์ รวมถึงการปรับขึ้นค่าบริการผู้โดยสารขาออก (Passenger Service Charge: PSC) เป็น 1,120 บาทต่อคน (เพิ่มขึ้น 53.4% จากอัตราเดิมที่ 730 บาท) ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
คำแนะนำการลงทุน:
ยังคงคำแนะนำ "ถือ" สำหรับหุ้น AOT พร้อมปรับเพิ่มราคาเป้าหมายด้วยวิธี DCF ณ กลางปี FY70F ขึ้นเป็น 62.00 บาท (คำนวณจาก WACC ที่ 9% และ Terminal Growth ที่ 1%) จากราคาเป้าหมายเดิมที่ 56.00 บาท