จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : EURO รุกตลาด Luxury Living สร้างอาณาจักรกลาง “ทองหล่อ” รับWealth Expansion และ Wellness Living


12 มิถุนายน 2569

EURO รุกตลาด Luxury Living รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ)_0.jpg

ย่านทองหล่อยังคงเป็นหนึ่งในทำเลที่มีกำลังซื้อสูงที่สุดของประเทศ การเปิด Showroom T3 ของ EURO จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มพื้นที่ขาย แต่เป็นการสร้างศูนย์กลางสินค้าและบริการลักชัวรีครบวงจร ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสขายได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

แม้ภาวะเศรษฐกิจไทยจะเผชิญความผันผวนจากหลายปัจจัย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องคือกำลังซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้สูง หรือ High Net Worth Individuals (HNWIs) ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อยกว่าตลาดแมส และยังคงใช้จ่ายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต การอยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียม อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวกลายเป็นแรงสนับสนุนสำคัญให้ธุรกิจ Luxury Living และ Luxury Lifestyle ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในพื้นที่ศักยภาพสูงอย่าง "ทองหล่อ" ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของกลุ่มลูกค้าระดับบน ทั้งนักธุรกิจ ผู้บริหาร นักลงทุน ชาวต่างชาติ และเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ระดับลักชัวรีจำนวนมาก

ด้วยเหตุนี้ บมจ.ยูโร ครีเอชั่นส์ (EURO) จึงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิด Showroom T3 แห่งใหม่ในช่วงปลายปี 2569 ส่งผลให้บริษัทมีโชว์รูมหลักในย่านทองหล่อรวม 3 แห่ง ได้แก่ T7, T5 และ T3

การเปิดโชว์รูมเพิ่ม ไม่ใช่เป็นเพียงการเพิ่มพื้นที่จำหน่ายสินค้าเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง EURO กำลังวางยุทธศาสตร์ที่ใหญ่กว่านั้น ด้วยการสร้าง "Luxury Design District" หรือศูนย์กลางด้านการออกแบบ การอยู่อาศัย และไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีครบวงจรแห่งแรกๆ ของประเทศไทย

เนื่องจากจุดแข็งสำคัญของทองหล่อคือ การเป็นพื้นที่ที่มีกลุ่มเป้าหมายอาศัยอยู่หนาแน่น ทั้งบ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์ลักชัวรี คอนโดมิเนียมระดับอัลตร้าลักชัวรี ตลอดจนชาวต่างชาติที่มีกำลังซื้อสูง การมีโชว์รูมหลายแห่งในพื้นที่เดียวกัน จึงช่วยให้ EURO สามารถสร้างการรับรู้แบรนด์และเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ขณะเดียวกัน แนวโน้มการบริโภคของกลุ่มลูกค้าระดับบนในปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงจากการซื้อสินค้าเฉพาะชิ้น ไปสู่การซื้อ "ประสบการณ์การใช้ชีวิต" ที่ครบวงจรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งบ้าน ระบบสมาร์ทโฮม สุขภาพ การพักผ่อน หรือพื้นที่ออกกำลังกายในบ้าน

นี่จึงเป็นเหตุผลที่ EURO วางตำแหน่ง Showroom T3 ให้เป็นมากกว่าโชว์รูมเฟอร์นิเจอร์ แต่เป็น Integrated Luxury & Wellness Destination ที่รวบรวมแบรนด์ระดับโลกไว้ในพื้นที่เดียว

การรวมแบรนด์ชั้นนำอย่าง Cassina, B&B Italia, Maxalto, Giorgetti, Molteni&C, Poltrona Frau รวมถึง Bang & Olufsen, Technogym, Lutron, Crestron, Vispring และ Frette ไว้ในแพลตฟอร์มเดียว จะช่วยให้บริษัทสามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าระดับบนได้ครบทุกมิติ และยังช่วยเพิ่มโอกาสในการขายสินค้าแบบ Cross-selling และเพิ่มมูลค่าการซื้อเฉลี่ยต่อรายได้อย่างมีนัยสำคัญ

อีกปัจจัยที่น่าสนใจคือ ตลาดลักชัวรีทั่วโลกกำลังเข้าสู่ยุคที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับคุณค่าของแบรนด์ งานดีไซน์ และสินทรัพย์สะสมมากขึ้น เฟอร์นิเจอร์ระดับไอคอนิกจากแบรนด์อย่าง Cassina, B&B Italia หรือ Poltrona Frau จึงไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ แต่เป็นงานออกแบบที่มีมูลค่าในระยะยาว คล้ายกับการสะสมนาฬิกาหรู งานศิลปะ หรือสินค้าแฟชั่นระดับไฮเอนด์

แนวโน้มดังกล่าวช่วยสนับสนุนให้ตลาดเฟอร์นิเจอร์ลักชัวรียังคงเติบโต แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัวก็ตาม เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้มักตัดสินใจซื้อจากคุณค่าและความพิเศษของสินค้า มากกว่าปัจจัยด้านราคา

สำหรับ EURO การเพิ่มแบรนด์สำคัญอย่าง B&B Italia และ Maxalto เข้ามาในพอร์ต ยังช่วยเติมเต็มความแข็งแกร่งของกลุ่ม Luxury Furniture Portfolio ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่งานดีไซน์ร่วมสมัย งานฝีมือระดับมาสเตอร์พีซ ไปจนถึงสินค้าระดับ Heritage Collection ที่สามารถส่งต่อคุณค่าได้ในระยะยาว

ขณะเดียวกัน การขยายสู่กลุ่ม Wellness Living ผ่านแบรนด์ Technogym, Vispring และ Frette ยังสอดคล้องกับเมกะเทรนด์ของผู้บริโภคระดับบนทั่วโลกที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพ คุณภาพการนอน และการใช้ชีวิตภายในบ้านมากขึ้นหลังยุคโควิด

เมื่อรวมศักยภาพของทำเลทองหล่อ ฐานลูกค้ากำลังซื้อสูง พอร์ตแบรนด์ระดับโลก และกลยุทธ์การสร้าง Luxury Ecosystem เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้ Showroom T3 ไม่ได้เป็นเพียงโครงการใหม่ของ EURO แต่เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์สำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของรายได้ อัตรากำไร และความแข็งแกร่งของแบรนด์ในระยะยาว