InsureX ยกระดับเป็น“ที่ปรึกษาด้านประกัน” ตั้งเป้าเบี้ยแตะ10,000 ลบ.ใน 5 ปี

อินชัวร์ เอกซ์ พลิกโฉมโบรกเกอร์ฯ สู่ที่ปรึกษาด้านประกัน ปั้นทีมนายหน้าเสริมแกร่งช่องทางขายเจาะกลุ่มกลาง-บน ดันเบี้ยแตะหมื่นล้านใน 5 ปี
นางสาวณภัชชา พงศ์วัฒนกิจกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินชัวร์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รีแบรนด์จาก ไทยพาณิชย์ โพรเทค (SCB Protect) สู่ อินชัวร์ เอกซ์ (InsureX) โดยบริษัทยังคงอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงิน SCBX และมีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้น 100% ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนชื่อบริษัท แต่ยังต้องการเปลี่ยนวิธีการดูแลลูกค้าจากการขายผลิตภัณฑ์ประกัน สู่การดูแลชีวิตผู้คนเพื่อให้คนไทยเข้าถึงความคุ้มครอง
พร้อมกับยกระดับมาตรฐานการให้คำปรึกษาด้านความคุ้มครองของไทย โดยยึดมั่นในหลักการดำเนินงานของ อินชัวร์ เอกซ์ ที่สอดรับกับอนาคตของธุรกิจประกันที่มุ่งมั่นเพื่อประโยชน์สูงสุดของลูกค้า ภายใต้ปรัชญา 4INs ประกอบด้วย Intelligence เพื่อเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง Innovation เพื่อใช้ AI และเทคโนโลยี ออกแบบความคุ้มครองเฉพาะบุคคล Integrity เพื่อสร้างความไว้วางใจ ผ่านความจริงใจและโปร่งใส และ In-Touch เพื่อให้ลูกค้ารู้ว่า ไม่ว่าช่วงเวลาสำคัญของชีวิตจะเป็นอย่างไร InsureX พร้อมอยู่เคียงข้างเสมอ ให้คุณได้ชัวร์ทุกก้าวชีวิต
โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา บริษัทมีฐานลูกค้าสะสมที่ให้บริการแล้วกว่า 600,000 ราย และมีเบี้ยประกันรวม (ประกันชีวิตและประกันวินาศภัย) กว่า 4,300 ล้านบาท และบริษัทตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันรวมจะเติบโตสู่ระดับ 10,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 ซึ่งปัจจุบัน InsureX ร่วมมือกับ FWD ในส่วนของประกันชีวิต และพันธมิตรวินาศภัยชั้นนำ อาทิ AIG, Chubb, MSIG รวมถึงมีพันธมิตรประกันรถยนต์กว่า 15 บริษัท
ทั้งนี้การมุ่งสู่เป้าหมายดังกล่าว บริษัทฯ ได้กำหนด 3 กลยุทธ์หลักเพื่อเป็นหัวใจในการดำเนินธุรกิจในระยะถัดไป ประกอบด้วย
1. วางแผนความคุ้มครองโดยยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric Advisory Experience) ด้วยทางเลือกความคุ้มครองแบบ 360 องศา (360° Protection Planning) ทั้งประกันชีวิตและประกันวินาศภัย
2. นำ AI ออกแบบโซลูชันความคุ้มครองแบบเฉพาะบุคคล (Hyper-Personalized Solution) สร้างความแตกต่างด้วยการเสนอผลิตภัณฑ์สู่การออกแบบโซลูชันความคุ้มครอง
3. การเสริมพลังช่องทางการขายแบบ Omni-Channel พัฒนาและเชื่อมโยง 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านประกัน ดิจิทัล และเทเลเซลล์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ต่อเนื่องและเหมาะสมกับลูกค้าในแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งมีแผนพัฒนาที่ปรึกษาด้านประกันสู่ระดับ MDRT (Million Dollar Round Table)
ส่วนแนวโน้มของตลาดประกันในระยะถัดไป นางสาวณภัชชา เชื่อว่า จะเห็นการเปลี่ยนผ่านจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์แบบเดี่ยวไปสู่การออกแบบความคุ้มครองแบบองค์รวม เพื่อยกระดับคุณภาพของเบี้ยประกันในระยะยาว
โดยเบี้ยประกันเฉลี่ยควรอยู่ที่ 40,000 บาทต่อคน และ 100,000 บาทต่อครอบครัว ขณะเดียวกัน เพื่อรองรับการเติบโตดังกล่าว บริษัทมีแผนขยายจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันจากปัจจุบัน 550 คน เป็น 5,000 คนภายในปี 2030 พร้อมเพิ่มจำนวนที่ปรึกษาด้านประกันระดับ MDRT และ TOT จากปัจจุบัน 22 คน เป็น 200 คน เพื่อยกระดับมาตรฐานการให้คำแนะนำและการดูแลลูกค้าในระยะยาว