จับประเด็นหุ้นเด่น

รายงานพิเศษ : DMT โชว์ภูมิต้านทานธุรกิจ ต้นทุนต่ำ กระแสเงินสดแกร่ง ปันผลเด่น-ลุ้นสัมปทานใหม่สร้างอนาคต


04 มิถุนายน 2569

DMT รายงานพิเศษ_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

แม้ปัจจัยภายนอกกดดันการเดินทางผ่านสนามบินดอนเมือง แต่ DMT ยังรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดีจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจุดแข็งด้านฐานะการเงินไร้หนี้ และผลตอบแทนเงินปันผลที่อยู่ในระดับน่าสนใจ

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกในปี 2569 แม้จะเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยว การเดินทาง และความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ แต่ บมจ.ทางยกระดับดอนเมือง (DMT) ยังคงได้รับการมองว่าเป็นหนึ่งในหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความแข็งแกร่งและมีความสามารถในการรับมือกับความผันผวนได้ดีกว่าหลายธุรกิจ

บทวิเคราะห์ของบริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ สะท้อนภาพว่า แม้ปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมืองเริ่มได้รับแรงกดดันหลังสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางปะทุขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 แต่ปัจจัยดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะทางการเงินและความสามารถในการทำกำไรของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงต้นปี ระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์ ปริมาณรถที่ใช้บริการยังเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงคึกคักในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม เมื่อความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ยกระดับขึ้น ส่งผลให้การเดินทางทางอากาศชะลอตัวลง โดยเฉพาะการลดเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำที่สนามบินดอนเมือง ทำให้แนวโน้มปริมาณจราจรในไตรมาส 2 มีโอกาสอ่อนตัวลง

ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ล้วนเป็นปัจจัยที่กดดันการเดินทางของประชาชนในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ DMT แตกต่างจากผู้ประกอบการจำนวนมาก คือ ความสามารถในการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยอัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA Margin ปรับตัวดีขึ้นทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการควบคุมค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทได้เดินหน้าลงทุนในโครงการประหยัดพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบ Solar Rooftop และระบบกักเก็บพลังงาน Battery Energy Storage System ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และเพิ่มศักยภาพในการรักษาระดับกำไรให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่ทำให้นักลงทุนจำนวนมากยังคงให้ความสนใจ DMT คือ ฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและปลอดหนี้ที่มีภาระดอกเบี้ย

ในช่วงเวลาที่หลายบริษัทต้องเผชิญต้นทุนทางการเงินสูงจากทิศทางดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง การไม่มีภาระดอกเบี้ยจ่ายถือเป็นข้อได้เปรียบอย่างมีนัยสำคัญของ DMT เพราะช่วยให้รายได้และกำไรที่สร้างขึ้นสามารถสะท้อนกลับสู่ผู้ถือหุ้นได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากกว่า

โครงสร้างทางการเงินที่แข็งแรงยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารธุรกิจ และเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าร่วมประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานใหม่ได้โดยไม่ต้องแบกรับภาระทางการเงินที่สูงเกินไป

นอกจากความมั่นคงของฐานะการเงินแล้ว DMT ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่โดดเด่นด้านผลตอบแทนเงินปันผล โดยนักวิเคราะห์ประเมินว่าในปี 2569 บริษัทจะจ่ายเงินปันผลต่อหุ้นประมาณ 0.89 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 8% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับหุ้นในตลาดโดยรวม

จุดเด่นดังกล่าวทำให้ DMT กลายเป็นหุ้นที่ตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดทุนยังเผชิญความผันผวนจากปัจจัยภายนอก

ขณะเดียวกัน ราคาหุ้นปัจจุบันยังซื้อขายที่ระดับ P/E เพียงประมาณ 8.4 เท่า ซึ่งถือว่าไม่สูงเมื่อเทียบกับความสามารถในการทำกำไรและความแข็งแกร่งของฐานะการเงิน ส่งผลให้นักวิเคราะห์ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" และให้ราคาเป้าหมายที่ 13.10 บาท

สำหรับปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในอนาคต DMT กำลังเดินหน้าสู่โอกาสใหม่จากการเข้าร่วมประมูลโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

บริษัทได้ยื่นข้อเสนอสำหรับโครงการ M82 ช่วงบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว ในรูปแบบ PPP Gross Cost สำหรับงานบริหารและบำรุงรักษา โดยคาดว่าจะทราบผลในอนาคตอันใกล้ ขณะที่โครงการ M5 ช่วงรังสิต-บางปะอิน ซึ่งมีมูลค่าการลงทุนกว่า 30,000 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดประมูลภายในปีนี้

หาก DMT สามารถคว้างานเหล่านี้ได้ จะเป็นการสร้างฐานรายได้ใหม่ในระยะกลางและระยะยาว รวมถึงช่วยรองรับช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนสัมปทานปัจจุบันจะสิ้นสุดลงในปี 2577

ด้าน ดร.ศักดิ์ดา พรรณไวย กรรมการผู้จัดการ DMT ยังคงแสดงความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มธุรกิจ โดยตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 เติบโตประมาณ 10% จากปีก่อน พร้อมคาดว่าปริมาณจราจรเฉลี่ยทั้งปีจะไม่ต่ำกว่าระดับของปี 2568

ปัจจัยสนับสนุนสำคัญยังมาจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว การเดินทางภายในประเทศ และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทยอยขยายตัว รวมถึงโอกาสจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของภาครัฐที่อาจเปิดทางให้บริษัทขยายธุรกิจเพิ่มเติมในอนาคต

แม้ในระยะสั้น DMT อาจเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก ทั้งสงคราม ความผันผวนของราคาพลังงาน และการชะลอตัวของการเดินทาง แต่เมื่อพิจารณาจากฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง การไม่มีภาระหนี้ดอกเบี้ย ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสด และจุดเด่นด้านเงินปันผลในระดับสูง ทำให้ DMT ยังคงเป็นหุ้นโครงสร้างพื้นฐานที่มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่มองหาความมั่นคงและผลตอบแทนที่สม่ำเสมอในระยะยาว

DMT