“ทรีนีตี้” ฟื้นตามตลาดหุ้นไทย ไตรมาส 1/2569 วอลุ่มเทรดคึกคัก ดันรายได้ TFEX โต 184%

“ทรีนีตี้” กลับมาฟื้นตัวในไตรมาส 1/2569 หลังตลาดหุ้นไทยคึกคัก นักลงทุนกลับเข้าลงทุนต่อเนื่อง หนุนมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันพุ่งแตะ 6.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้รายได้ธุรกิจหลักทรัพย์และ TFEX เติบโตโดดเด่น โดยรายได้ TFEX เพิ่มขึ้น 184% พร้อมดันส่วนแบ่งตลาดขยับสู่ 3.93% จาก 1.07% ขณะที่บริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีและนำ AI ยกระดับบริการการลงทุน รองรับการเติบโตในระยะยาว
ดร.วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล ประธานกรรมการ บมจ. ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2569 ว่า บริษัทได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทย ส่งผลให้สภาพคล่องในตลาดกลับมาคึกคัก และนักลงทุนต่างชาติกลับมาซื้อสุทธิอีกครั้งกว่า 20,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นไตรมาสแรก ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,448.14 จุด เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.96 จากสิ้นปี 2568 ถือเป็นตลาดหุ้นที่ปรับตัวขึ้นดีที่สุดอันดับ 2 ของเอเชียรองจากเกาหลีใต้ ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นร้อยละ 36.28 แตะระดับ 65,109 ล้านบาทต่อวัน สะท้อนการกลับมาของแรงเก็งกำไรและความเชื่อมั่นของนักลงทุน ปัจจัยบวกสำคัญมาจากผลการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลที่มีเสถียรภาพในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต่อเนื่องถึงเดือนมีนาคม ขณะที่คำพิพากษาศาลฎีกาสหรัฐฯ ที่ยกเลิกมาตรการภาษีภายใต้กฎหมาย IEEPA ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งในตะวันออกกลางช่วงต้นเดือนมีนาคมยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนพลังงานและบรรยากาศการลงทุนทั่วโลก
ดร.วิศิษฐ์ กล่าวว่า บมจ.ทรีนีตี้ วัฒนา และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 163.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.03 จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้ 160.01 ล้านบาท โดยธุรกิจหลักทรัพย์ยังเป็นรายได้หลักที่เติบโตตามปริมาณการซื้อขายรวมของตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าเพิ่มขึ้นจาก 28.41 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 เป็น 39.87 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2569 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.34 ขณะที่ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่เติบโตโดดเด่น โดยรายได้ในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้นร้อยละ 183.71 สู่ระดับ 26.64 ล้านบาท จาก 9.39 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ส่วนแบ่งตลาด TFEX ของบริษัทเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.07 เป็นร้อยละ 3.93
ด้าน ดร.วีรพัฒน์ เพชรคุปต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจ TFEX ในไตรมาสแรกสะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่กลับมาใช้บริการของบริษัท ผลการดำเนินงานในไตรมาสแรกถือเป็นสัญญาณเชิงบวกของการฟื้นตัว หลังจากบริษัทปรับโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายธุรกิจ TFEX ควบคู่กับการเสริมทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านอนุพันธ์และการลงทุน เพื่อรองรับความ
ต้องการของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยี AI มาสนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในทางกลับกัน รายได้ดอกเบี้ยให้กู้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ลดลงจาก 28.65 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2568 เป็น 23.57 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปี 2569 หรือลดลงร้อยละ 17.73 จากการลดลงของเงินกู้ให้ยืมเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์
ระหว่างงวด ขณะที่กำไรและผลตอบแทนจากเงินลงทุนรวมลดลงเหลือ 20.23 ล้านบาท จาก 25.61 ล้านบาท ในปีก่อนอย่างไรก็ตาม จากผลการดำเนินงานโดยรวม บริษัทกลับมามีกำไรสุทธิ 4.39 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้น 0.02 บาท ในไตรมาส 1/2569 สะท้อนสัญญาณการฟื้นตัวของธุรกิจตามภาวะตลาดทุนและกิจกรรมการลงทุนที่กลับมาคึกคักมากขึ้น ทั้งนี้ หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิปรับตัวลดลงจาก 7.69 ล้านบาท ตามการลดลงของรายได้ดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากเงินลงทุน
ดร.วิศิษฐ์ กล่าวว่า สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะต่อไป บริษัทมองว่าปัจจัยที่จะมีผลต่อการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัทในอนาคต ได้แก่ การที่ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และนโยบายการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่ยังคงอยู่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงาน ภาพรวมเศรษฐกิจ และกำลังซื้อภายในประเทศ โดยประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยน่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,450 - 1,500 จุด และคาดการณ์ว่า GDP จะเติบโตลดลงจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เตรียมความพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง และเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีให้ทันสมัย ควบคู่กับการพัฒนาระบบงานและนำระบบ Automation มาเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและการดำเนินงานภายในองค์กร รวมทั้งเพิ่มการใช้ AI เพื่อช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและนำเสนอข้อมูลการลงทุนได้รวดเร็วมากขึ้น ตลอดจนเตรียมแหล่งเงินทุนที่มั่นคงรองรับการขยายธุรกิจเพื่อเพิ่มรายได้ในอนาคต
นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนภายใต้หลัก ESG ควบคู่กับการขับเคลื่อนองค์กรด้วยค่านิยม “S T A R” ซึ่งประกอบด้วย S-Sustainable Wealth, T-Trust, A-Attitude และ R-Reimagine โดยมุ่งสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน สร้างความไว้วางใจ พร้อมเรียนรู้และปรับตัว รวมถึงคิดค้นแนวทางใหม่เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกการเงินและการลงทุนในอนาคต ทั้งนี้ บริษัทได้รับคะแนนประเมินการกำกับดูแลกิจการในระดับ “ดีเลิศ” (Excellent CG Scoring) และได้รับการต่ออายุการรับรองเป็นสมาชิกแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (CAC) อย่างต่อเนื่อง
ยอดนิยม
COCOCO ยกทัพนวัตกรรมผลิตภัณฑ์มะพร้าว ร่วมงาน THAIFEX–ANUGA Asia 2026
BE8 ภายใต้กิจการค้าร่วม Capital 8 ผนึกไปรษณีย์ไทย พัฒนา Postman Cloud สู่แพลตฟอร์มบริการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ
ETL ปรับเกมธุรกิจ Q2/69 มุ่งกลยุทธ์ทำกำไร–สมดุลขนส่ง รับฤดูกาลทุเรียน ดันตู้ขนส่งเย็น และ Multimodal เสริมศักยภาพ
EPG เผยผลการดำเนินงานปีบัญชี 68/69 (เม.ย.68 - มี.ค.69) เดินหน้าบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ หนุนกำไรเติบโต 62%