Talk of The Town

ช็อก! 3 หุ้นกลุ่ม “บีทีเอส” อ่วม 5 ปีราคาดิ่งยับ มาร์เก็ตแคปหายไป 1.3 แสนล้าน


26 พฤษภาคม 2569

ช!_infoปก.jpg

ทีมข่าว Share2Trade ได้สำรวจข้อมูล จาก Setsmart พบว่า 3 หุ้นกลุ่ม บีทีเอส สาหัสไม่น้อย เพราะราคาหุ้นปรับตัวลดลงอย่างร้อนแรงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา (2565-2569) เมื่อเทียบกับราคาปิดสิ้นปี 2564 นำโดย VGI ลดลงไปกว่า 86.58% ตามด้วย RABBIT ลดลงกว่า 83% และ BTS กว่า 78.4% ทำให้มาร์เก็ตแคปหายไปรวมกันกว่า 1.38 แสนล้านบาท ในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

แต่อย่างไรก็ตาม งบ 9 เดือน 2569 (1 เม.ย. 2568 - 31 ธ.ค. 2568) พบว่า  BTS มีผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 1,085 ล้านบาท  สาเหตุหลักมาจากการ เพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้

ด้านงบการเงินของ RABBIT งวด ไตรมาส 1/ 2569 มีกำไรสุทธิสูงถึง 432 ล้านบาท เติบโต 348% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยบริษัทมีกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน JV19 จำนวน 82 ล้านบาท และกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ จำนวน 42 ล้านบาท คิดเป็น 365.1% เมื่อเทียบกับปีก่อน สาเหตุหลักจากการจำหน่ายเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินของธุรกิจประกันชีวิต

ขณะที่ล่าสุด VGI ประกาศงบปี 2569 พบว่า งบปี  2568/69 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 1,064 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 501 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ 1,200 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการด้อยค่าของเงินลงทุนในบริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART

ความเห็นนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด มอง VGI ว่า ระยะสั้นราคาหุ้น VGI อาจถูกกดดันจากผลประกอบการไตรมาส 4/68-69 ที่ออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาด 

อย่างไรก็ตามมองว่าผลประกอบการน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และมีแนวโน้มฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไปในระยะถัดไป ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นปี 2568/69 บริษัทมี เงินสด รายการเทียบเท่าเงินสด และสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นรวม 21,111 ล้านบาท คิดเป็น ราว 1.0 บาทต่อหุ้น อีกทั้งยังมีมูลค่าเงินลงทุนใน PLANB ที่ถืออยู่ 24.13% คิดเป็นมูลค่าราว 0.23 บาท ต่อหุ้น ซึ่งยังช่วยรองรับ downside ของราคาหุ้นได้ในระดับหนึ่ง 

ช!_info.jpg