Talk of The Town

CBG ยังเสี่ยง! โบรกฯ ชี้ Q2 กำไรดิ่งต่อ แบกต้นทุนบาน ฉุดมาร์จิ้นวูบ


26 พฤษภาคม 2569

CBG ยังเสี่ยง!_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

CBG ยังไม่ฟื้น! นักวิเคราะห์ชี้ กำไรไตรมาส 2/69 คาดหดตัว ตามมาร์จิ้นที่ลดลงจากผลของต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ชี้ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งน่าจะเห็น ผลชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2-3/69 และปรับคำแนะลงเป็น “Trading” จากเดิม “Buy”

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า คาดแนวโน้มกำไรปกติของ CBG ในไตรมาส 2/69 น่าจะกลับมาเติบโตได้เล็กน้อยจากไตรมาสก่อน จากแรงหนุนยอดขายที่คาดเพิ่มขึ้นทั้งตลาดในและต่างประเทศ ซึ่งน่าจะมีน้ำหนักมากกว่าต้นทุนและค่าใช้จ่ายด้านขนส่งที่เพิ่มขึ้น 

ส่วนในแง่เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดจะยังเห็นกำไรหดตัว ตามมาร์จิ้นที่ลดลงจากผลของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้นของรายได้จากการช่วยจำหน่ายสินค้าซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำ

โดยคงประมาณการกำไรปกติปี 2569 ที่ 3.1 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน อย่างไรก็ดี ได้ปรับ ราคาเป้าหมายลงเหลือ 42.50 บาท จากเดิม 55.0 บาท เพื่อสะท้อนความกังวลเรื่องต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งน่าจะเห็น ผลชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 2-3/69 และปรับคำแนะลงเป็น “Trading” จากเดิม “Buy” เพราะ การปรับขึ้นของราคาหุ้นได้สะท้อนความคาดหวังผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ไทยช่วยไทยพลัส) ไปมากพอสมควรแล้ว 

ทั้งนี้ฝ่ายวิจัยมีมุมมองเป็นกลางจากการประชุมนักวิเคราะห์ของ CBG วานนี้ โดยปัจจัยบวก คือยอดขายที่น่าจะเพิ่มขึ้นทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวของปีก่อน ในไตรมาส 2/69 ได้แรงหนุนจากการเติบโต ยอดขายเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ และรายได้จากการรับจ้างจำหน่ายสินค้า ส่วน เครื่องดื่มชูกำลังในต่างประเทศน่าจะปรับดีขึ้น จากไตรมาสก่อน จากยอดขายที่เพิ่มขึ้นในตลาด เมียนมา แต่ยังลดลงแรงจากช่วงเดียวของปีก่อน จากฐานสูงของตลาดกัมพูชาในปีที่แล้ว 

อย่างไรก็ดี อัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) มีแนวโน้มลดลงทั้งจากไตรมาสก่อน และช่วงเดียวกันของปีก่อน จากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับสัดส่วนยอดขายที่เพิ่มขึ้นของรายได้จากการช่วยจำหน่ายสินค้าซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำ (sales mix)

นอกจากนี้บริษัทมองการเติบโตในระยะกลางและยาวจะถูกผลักดันจาก 1) การเติบโตต่อเนื่องของ ยอดขายสุราข้าวหอม โดยตั้งเป้าเติบโตสูง 20-30% ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า 2) การเพิ่ม ส่วนแบ่งตลาดของเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศ 

3) ปรับโมเดลธุรกิจในประเทศใหม่ๆ โดยจะเป็นการขายหัวเชื้อให้คู่ค้านำไปผลิตและจำหน่ายภายใต้แบรนด์คาราบาว ซึ่งบริษัทไม่มี ความเสี่ยงในเรื่องของเงินลงทุนและการทำการตลาด ซึ่งจะเริ่มจากประเทศอัฟกานิสถาน และจีนในปีนี้ ส่วนอังกฤษจะเริ่มในปีหน้า และ 4) การรับจ้างผลิตสินค้าเครื่องดื่มให้บุคคล อื่น (OEM) ซึ่งในไตรมาส 2/69 ได้ลูกค้าใหม่อย่างน้ำโซดารสผลไม้ Love Za 

CBG