สรุปงบ Q1 กลุ่ม “เจมาร์ท” JMART- SINGER-SGC กำไรโตเด่น JMT แทงสวน! สำรองพุ่ง ผลงานดิ่งหนัก

4 หุ้นกลุ่ม “เจมาร์ท” เปิดงบไตรมาสแรก JMART- SINGER- SGC กวาดกำไรเติบโตสนั่น “สินเชื่อ Lock Phone” หนุนแรง ส่วน JMT ตั้งสำรองพุ่ง 331.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.6% กดดันกำไรสุทธิเหลือ 252.2 ล้านบาท ลดลง 23.6%
เริ่มที่ บริษัท เจมาร์ท กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ JMART รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/2569 อยู่ที่ 163 ล้านบาท เติบโต16% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทแกน คือ บริษัท เจมาร์ท โมบาย จำกัด ประกอบกับบริษัทร่วมและบริษัทร่วมค้า ยังคงเติบโตและสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 1 ประกอบกับผลขาดทุนบางส่วนของ เจเอเอส และ เจเอ็มที ได้ถูกบันทึกในส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม (Non-Controlling Interest: NCI)
ทั้งนี้บริษัทฯ มีรายได้รวมประจำไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 3,894.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 167.2 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 4.5% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน
โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 136.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน โดยส่วนแบ่งกำไรหลักมาจาก KB J Capital, SINGER และสุกี้ตี๋น้อย
JMT ตั้งสำรองพุ่ง ฉุดกำไรดิ่ง
ขณะที่ JMT ไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 252.2 ล้านบาท ลดลง 23.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากรายได้รวมที่ลดลง ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของ ECL โดยไตรมาส 1/2569 มีรายได้รวม 1,115.9 ล้านบาท ลดลง 11.9% เป็นผลสืบเนื่องจากการจัดเก็บกระแสเงินสดหนี้ด้อยคุณภาพที่ลดลงในส่วนของบริษัท ทั้งนี้ รายได้จากธุรกิจในการบริหารหนี้ด้อยคุณภาพคิดเป็นสัดส่วนหลักของรายได้รวมทั้งหมดประมาณ 89% ของรายได้รวม
ทั้งนี้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายในด้านผลการขาดทุนทางด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss: ECL) โดยมี ECL ไตรมาส 1/2569 เท่ากับ 331.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.6% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากประสิทธิภาพการจัดเก็บกระแสเงินสดจากพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพบางส่วนต่ากว่าประมาณการที่บริษัทฯ ได้ตั้งไว้ ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง กำลังซื้อของลูกหนี้รายย่อยที่ยังเปราะบาง และภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และตั้งสำรอง ECL เพิ่มเติมตามหลักความระมัดระวังทางบัญชี (Conservative Approach) เพื่อให้ระดับสำรองสอดคล้องกับความเสี่ยงด้ำนเครดิตที่แท้จริงของพอร์ต
ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังคงยึดหลักกำรประเมินอย่างระมัดระวัง (Conservative assumption) เพื่อให้การตั้งสำรองสะท้อนความเสี่ยงด้ำนเครดิตที่แท้จริงและเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งนี้ ECL เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด (Non-Cash Item) โดย บริษัทฯ เชื่อว่าหำกเศรษฐกิจกลับมาสู่สภาวะปกติ จะทำให้ผลการตั้งสำรองขาดทุนด้านเครดิตลดลง ซึ่งบริษัทฯ คาดการณ์ว่าสถานการณ์การตั้ง ECL จะดีขึ้นในครึ่งปีหลังของปี 2569
SINGER กำไรนิวไฮนับตั้งแต่ต้นปี 2566
SINGER ไตรมาส 1/2569 มีผลกำไรสุทธิ 143 ล้านบาท เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนขาดทุนสุทธิ 9 แสนบาท ซึ่งเป็นไตรมาสที่กำไรสูงที่สุดนับตั้งแต่ต้นปี 2566 โดยกลุ่มบริษัทฯมีรายได้เติบโตต่อเนื่องในทุกไตรมาส นับตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2567
ในส่วนของบริษัทย่อยที่ให้บริการปล่อยสินเชื่อสำหรับ 3 ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ได้แก่ สินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (“สินเชื่อ Lock Phone”) สินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินเชื่อสวัสดิการพนักงาน
สำหรับไตรมาส 1/2569 บริษัทมียอดให้สินเชื่อใหม่รวมจำนวน 3,018 ล้านบาท เติบโต 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการให้สินเชื่อ Lock Phone จำนวน 2,941 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของยอดให้สินเชื่อใหม่ เพิ่มขึ้น 73% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ Lock Phone 7,478 ล้านบาท หรือคิดเป็น 54% ของพอร์ตสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเป็นอันดับ 1 ของพอร์ตสินเชื่อรวม สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ทางธุรกิจ ซึ่งจะส่งผลให้กลุ่มบริษัทฯมีผลการดำเนินงานที่เติบโตควบคู่ไปกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของกลุ่มบริษัทฯและผู้ถือหุ้น
SGC โตสนั่น 298.12%
และ SGC ไตรมาส 1/2569 มีกำไรสุทธิ 176.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 298.12% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมียอดให้สินเชื่อใหม่รวมจำนวน 3,018 ล้านบาท เติบโต 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกำรให้สินเชื่อ Lock Phone จำนวน 2,941 ล้านบาท หรือคิดเป็น 97% ของยอดให้สินเชื่อใหม่ เพิ่มขึ้น 73% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับสินเชื่อ Lock Phone ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบริษัทได้ให้สินเชื่อครอบคลุมสินค้าสมาร์ทโฟนสัญชาติจีนทั้ง 8 แบรนด์หลัก ได้แก่ Oppo Vivo Xiaomi Realme Infinix Honor Nubia และ Tecno โดยมีร้านค้าที่เข้าร่วมกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ โดย ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีพอร์ตลูกหนี้สินเชื่อ Lock Phone จำนวน 7,478 ล้านบาท หรือคิดเป็น 54% ของพอร์ตสินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนเป็นอันดับ 1 ของพอร์ตสินเชื่อรวม
ยอดนิยม
BYD งบไตรมาส 1/69 พลิกมีกำไรสุทธิ 18 ลบ. รับรายได้ค่าธรรมเนียม-นายหน้าเพิ่ม
CBG เตรียมงบ 2 พันลบ. เคาะแผนซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 50 ล้านหุ้น เริ่มซื้อวันที่ 25 พ.ค. – 24 พ.ย. 69
OKJ กำไรติดลบ! งบ Q1/69 พลิกขาดทุนอีก 30 ลบ. เหตุยอดขายสาขาเดิมติดลบ 39%
สรุปงบ Q1 กลุ่ม “เจมาร์ท” JMART- SINGER-SGC กำไรโตเด่น JMT แทงสวน! สำรองพุ่ง ผลงานดิ่งหนัก