5 หุ้นโบรกฯ สั่ง “ขาย” หลังแจ้งงบไตรมาส 1/69 พบแนวโน้มการเติบโตมีความเสี่ยง

หลังจากที่บริษัทจดทะเบียนทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/69 เหล่านักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญ ก็ทยอยปรับคำแนะนำการลงทุนในหุ้นรายตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งจุดที่น่าสนใจก็คือมีหุ้นอีกน้อย ที่ถูกปรับลดคำแนะนำลง หรือจะพูดเข้าใจง่ายก็คือ แนะนำให้ “ขาย”
โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์จํากัด (มหาชน) แนะนำ “ขาย” BH ราคาเหมาะสม 156 บาท เนื่องจากอยู่ในช่วงการเติบโตของกําไรปกติที่ชะลอตัว เติบโตเพียง 1.3%, 2.7% และ 3.8% ในปี 2569-2571 และคาดว่าสงครามอิหร่านจะเริ่มกระทบผู้ป่วยทั้งชาวไทยและต่างชาติในไตรมาส 2/69 เนื่องจาก BH มีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยตะวันออกกลางราว 24% ของรายได้รวมในปี 2568 และเศรษฐกิจไทยมีความอ่อนไหวต่อราคานํ้ามัน
การเปิดโรงพยาบาลใหม่ที่ภูเก็ตและอาคารใหม่ในรพ.เดิมในกรุงเทพฯ ในปี 2570 มีแนวโน้มจะขาดทุนช่วงแรกซึ่งจะกดดันการเติบโตในปี 2570 และแม้ BH จะเป็นโรงพยาบาลคุณภาพสูง มีการบริหารจัดการที่ดี และมี ROE สูงที่ 24.4% แต่มองว่าราคาหุ้นยังแพง ซื้อขายบน P/E ที่ 20 เท่า เทียบกับแนวโน้มการเติบโตที่จํากัดในช่วง 3 ปีข้างหน้า
DOHOME นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์จํากัด (มหาชน) แนะนำ “ขาย” ราคาเหมาะสม 3.20 บาท หลังรายงานกําไร 251 ล้านบาท ในไตรมาส 1/69 ทรงตัวตามคาด และ ยอดขายทรงตัว โดยยอดขายสาขาเดิมที่ลดลง 4% ถูกชดเชยด้วยการเติบโตจากสาขาใหม่
โดยไตรมาส 2/69 เชื่อว่าการเติบโตของยอดขายสาขาเดิมในจากต้นไตรมาสถึงปัจจุบันอยู่ราว 4% โดยยอดขายเหล็กเพิ่มขึ้น 10% จากผลบวกราคาที่ปรับขึ้นตามสงคราม ขณะที่ยอดขายสินค้าที่ไม่ใช่เหล็กเพิ่มขึ้น 1-2% จากทั้งอุปสงค์ที่แท้จริงและราคาสินค้าที่สูงขึ้น นอกจากนี้ คาดว่าอัตรากําไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นผิดปกติแตะระดับ 20% จากเดิม 17- 18% จากการปรับราคาขายขึ้น
CKP นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ขาย” ราคาเหมาะสม 2 บาท เนื่องจากรายงานกำไรปกติไตรมาส 1/69 ที่ 116 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83% จากช่วงเดียวกัน แต่ลดลง 83% จากไตรมาสก่อน ต่ำกว่าตลาดคาด39% โดยกำไรเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกัน จากส่วนแบ่งกำไร XPCL ที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการปล่อยน้ำของเขื่อนจีน แต่ลดลงจากไตรมาส จากปริมาณขายไฟที่อ่อนตัวตามการปิดซ่อมโรงไฟฟ้า
พร้อมกับ ยังคงมุมมองเป็นจุดขายลดสัดส่วนการถือครอง จากความเสี่ยงภาวะ El-Ninoในครึ่งปีหลังปี 69 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ประกอบกับCKP อยู่ในช่วงเร่งลงทุนโครงการใหญ่อย่างเขื่อนหลวงพระบาง จึงคาดการปรับเพิ่ม Dividend Payout ทำได้อย่างจำกัด
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ทีทีบี เวลธ์ จํากัด (มหาชน) แนะนำ “ขาย” LH ราคาเหมาะสม 3.20 บาท จากความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยยังคงอ่อนแอ และการเปิดตัวโครงการใหม่ที่น้อยลงกําลังกระทบต่อตําแหน่งทางการตลาดของ LH และการจัดโปรโมชั่นลดราคาอย่างต่อเนื่องเพื่อระบายสต็อกบ้าน รวมถึงการเปิดดําเนินงานของโรงแรมใหม่และโรงแรมที่กําลังจะเปิดเพิ่มเติม กําลังกดดันอัตรากําไร
นอกจากนี้ หลังจากปรับลดประมาณการกําไรลงเฉลี่ย 4% ต่อปีในปี 2569-2571 การเติบโตของ EPS จะอ่อนแอที่ -2/+23/+3% ในปี 2569-2571 โดยการเติบโตในปี 2570 จะได้แรงหนุนจากยอดขายคอนโด Wan Vayla ตั้งแต่ไตรมาส 4/69 และมองว่า LH ยังคงแพง บน P/E ที่ 14 เท่า เทียบแนวโน้มกําไรที่อ่อนแอ
ONEE นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้คำแนะนำ “ขาย” ราคาเหมาะสม 2.40 บาท แม้ผลประกอบการไตรมาส 1/69 ฟื้นตัว จากธุรกิจ IDOL mkt และแนวโน้มไตรมาส 2/69 ยังโตต่อ แต่กำไรทั้งปีคาดลดลง 15% จากปีก่อน จากกลยุทธ์ผลักดันแอป oneD กดดันรายได้และภาระภาษีสูงขึ้น