
ราคาหุ้น GULF ปรับตัวโดดเด่นในการซื้อขายภาคเช้า โดยปิดตลาดที่ 62.25 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือคิดเป็น 2.47% รับอานิสงส์จากปัจจัยบวกทั้งในและต่างประเทศที่หนุนความเชื่อมั่นของนักลงทุน
ทางด้าน บล.เอเซีย พลัส ประเมินทิศทางตลาดว่า แม้สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านจะยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 10 แต่สัญญาณความตึงเครียดเริ่มคลี่คลายลงอย่างมีนัยสำคัญ เห็นได้ชัดจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ทยอยปรับตัวลดลงและไม่ทำจุดสูงสุดใหม่ ซึ่งเป็นรูปแบบที่คล้ายคลึงกับวิกฤตพลังงานในอดีตอย่างสงครามอ่าวปี 1990 และสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 จึงแนะนำให้นักลงทุนปรับพอร์ตด้วยกลยุทธ์ Sector Rotation โดยขายทำกำไรกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นแรงในช่วงก่อนหน้า แล้วสลับมาลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวอย่าง GULF, DELTA และ CENTEL
ขณะเดียวกัน บล.พาย มองเห็นปัจจัยหนุนเพิ่มเติมจากแผนของรัฐบาลที่เตรียมออก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะนโยบายอุดหนุนการใช้พลังงานสะอาดเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานและลดการพึ่งพาน้ำมัน หัวใจสำคัญคือการส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ทั้งในภาคอุตสาหกรรมและครัวเรือน ซึ่งจะกลายเป็นแรงส่งเชิงบวกโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้าที่มีพอร์ตพลังงานแสงอาทิตย์สูง อาทิ GULF, GUNKUL และ BGRIM
นอกจากนี้ หากรัฐบาลสามารถผลักดันมาตรการอุดหนุนโซลาร์ภาคครัวเรือนออกมาได้อย่างจริงจัง จะยังช่วยสร้างโอกาสเติบโตให้กับหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายและติดตั้งโซลาร์เพิ่มเติม เช่น SCC และ HMPRO ส่งผลให้ภาพรวมของ GULF ในฐานะผู้นำกลุ่มพลังงานมีความแข็งแกร่งและเป็นที่จับตามองของตลาดในขณะนี้