Gossip Station..by เจ๊จิ๋ม

Gossip Station by..เจ๊จิ๋ม 29-04-2569 (“ทองคำ” หมดเสน่ห์..ย้ายมาเล่นหุ้นกันเถอะ!)


29 เมษายน 2569

“ทองคำ” หมดเสน่ห์_Gossip เจ๊จิ๋ม (เว็บ)_0.jpg

สวัสดีค่ะพี่น้องชาวไทยที่รัก "เจ๊จิ๋ม" มารายงานตัว ณ ที่เก่าเวลาเดิม www.share2trade.com เปิดอ่านได้เลยมีเรื่องเด็ดๆ โดนๆ มาเม้าท์กันให้สนั่นวงการลงทุนของพวกเรากันเถอะ

ราคาทองคำร่วงลงมาแตะระดับ 4,570 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในสัปดาห์นี้ ในมุมมองของเจ๊จิ๋มบอกได้เลยว่าไม่ใช่เพียงการปรับฐานธรรมดา เพราะดูเหมือนว่านี่คือสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ที่ตลาดกำลังส่งถึงนักลงทุนทุกคนว่า โลกกำลังยืนอยู่บน “ทางแยก” ที่สำคัญที่สุดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเจ๊จิ๋มมองว่าการปรับตัวลงแรงในรอบนี้ ไม่ได้เกิดจากแรงขายทำกำไรหรือปัจจัยทางเทคนิคเพียงอย่างเดียว หากแต่เป็นภาพสะท้อนของแรงดึงสองขั้วที่กำลังลากตลาด...

แน่นอนว่าด้านหนึ่งคือ “ความหวัง” จากกระแสข่าวการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนเริ่มคลายความกังวล ลดการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่อีกด้านหนึ่งกลับเป็น “ความกลัว” ที่ยังคงฝังลึกอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ แม้จะมีสัญญาณของการ “ผ่อนคลายชั่วคราว” จากการหยุดยิงแบบไม่มีกำหนด

เจ๊จิ๋มมองว่าการปรับตัวลงแรงในรอบนี้เป็นผลจากแรงดึงของปัจจัยพื้นฐานที่กำลังพาตลาดไปคนละทิศทาง 

ด้านหนึ่งคือ “ความหวัง” จากกระแสข่าวการเจรจาสันติภาพในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้นักลงทุนเริ่มลดน้ำหนักการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่อีกด้านหนึ่งคือ “ความกลัว” จากเงินเฟ้อที่ยังคงฝังลึกอยู่ในระบบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเงินเฟ้อที่เชื่อมโยงกับราคาพลังงานซึ่งยังคงมีความเปราะบางสูง

นอกจากนี้ยังพบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดอาจเป็นเพียงการโยกย้ายเงินทุนในระยะสั้น โดยที่นักลงทุนบางส่วนหันไปถือเงินดอลลาร์มากขึ้น เนื่องจากคาดการณ์ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงต่อไปเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เพราะตราบใดที่โครงสร้างพลังงานโลกยังไม่เสถียร...ความเสี่ยงของเงินเฟ้อก็ยังไม่หายไป ก็อาจกลับมาเป็นแรงกดดันสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกได้ทุกเมื่อ

หากมองในเชิงเทคนิค เจ๊จิ๋มเห็นว่ามุมมองของสถาบันการเงินระดับโลกอย่าง J.P. Morgan และ Goldman Sachs มีความน่าสนใจ เพราะทั้งสองแห่งประเมินตรงกันว่าระดับ 4,570 ดอลลาร์เป็น “จุดตัดสินใจ” 

สุดท้ายแล้ว ในมุมมองของเจ๊จิ๋มมองว่า... การที่ราคาทองคำย่อตัวลงมาในระดับนี้ ไม่ได้เป็นสัญญาณของจุดจบ แต่ถือได้ว่าเป็นการ “ปรับสมดุล” ระหว่างความคาดหวังและความเป็นจริงจนทำให้นักลงทุนต้องพิจารณาว่าระดับ 4,570 ดอลลาร์ เป็นจุดที่น่าสนใจเพียงงพอแล้วหรือไม่นั่นเอง

ขณะเดียวกัน หากหันกลับมามองในประเทศ...เจ๊จิ่มมองว่าการที่ตลาดหุ้นไทยให้มีความคึกคักมากขึ้น น่าจะมีปัจจัยมาจากโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส” ที่ภาครัฐออกมาเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจ โดยประชาชนทั่วไปจะได้รับสิทธิวงเงิน 4,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขรัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% ขณะที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือเต็มจำนวน 4,000 บาทโดยไม่ต้องสมทบ

มาตรการนี้มีผลโดยตรงต่อการเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มฐานรากที่สามารถนำเงินไปใช้จ่ายได้ทันที ส่งผลให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภคบริโภคได้รับประโยชน์อย่างชัดเจน เจ๊จิ๋มมองว่ากลุ่มค้าปลีกขนาดใหญ่อย่าง CPALL, BJC และ CPAXT จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับอานิสงส์ เนื่องจากมีเครือข่ายสาขาครอบคลุมทั่วประเทศและตอบโจทย์การใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

นอกจากนี้ กลุ่มอาหารและเครื่องดื่มอย่าง CBG, OSP, SNNP และ ICHI ก็มีแนวโน้มได้รับผลบวกตามไปด้วย จากการเร่งระบายสินค้าในช่วงที่กำลังซื้อฟื้นตัว ขณะที่กลุ่มการเงินอย่าง MTC และ TIDLOR ก็จะได้รับอานิสงส์ทางอ้อม เนื่องจากภาระค่าครองชีพของประชาชนที่ลดลงจะช่วยให้ความสามารถในการชำระหนี้ดีขึ้น

เมื่อพิจารณาทั้งภาพของตลาดโลกและตลาดในประเทศร่วมกัน เจ๊จิ๋มจึงมองว่าช่วงเวลานี้เป็นจังหวะที่ต้องใช้ความระมัดระวังควบคู่กับการมองหาโอกาส เพราะในขณะที่ความเสี่ยงยังคงอยู่ในระดับสูง ตลาดก็เริ่มสะท้อนปัจจัยลบไปพอสมควรแล้ว

สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นทองคำหรือหุ้นไทย สิ่งที่นักลงทุนกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้ไม่ใช่เพียงความผันผวนชั่วคราว แต่อาจเป็น “จุดเปลี่ยน” ของโครงสร้างเศรษฐกิจโลกและในประเทศที่เกิดขึ้นพร้อมกัน และใครจะไปรู้ว่าราคาทองคำที่ 4,570 ดอลลาร์ในวันนี้ อาจกลายเป็นเพียง “ความทรงจำ” ในขณะที่หลายคนย้อนกลับมานึกเสียดายในวันข้างหน้าว่าได้พลาดจากหุ้นดีๆ ที่กำลังมีอยู่เต็มตลาดก็เป็นได้

เจ๊จิ๋มยังขอย้ำว่าโอกาสในตลาดหุ้นไม่เคยหายไปไหน...ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน ตลาดการลงทุนไม่ว่าจะเป็นทองคำหรือหุ้นก็ไม่มีอะไรแน่นอนเช่นกัน นี่ล่ะคือ “สัจธรรม”