บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC)” ชู “Franchise โมเดล” พลิกเกมโรงแรม SEA พร้อมขยาย TPO ภูมิภาค

บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC เปิดมุมมองสำคัญต่อทิศทางอุตสาหกรรมโรงแรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่โมเดลที่เน้น “ประสิทธิภาพ” ควบคู่กับ “การบริหารผลตอบแทน” มากขึ้น สะท้อนผ่านเวทีเสวนาระดับภูมิภาค “UNLOCKING FRANCHISE POTENTIAL FOR VIETNAM” ภายในงาน Meet The Experts: The Most Vibrant Conference for Hospitality & Real Estate in the Region (MTE HCMC 2026) ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม
นายปรับชะรันซิงห์ ทักราล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC กล่าวว่า อุตสาหกรรมโรงแรมกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ จากโมเดลสัญญาจ้างบริหาร (Management Agreement) ไปสู่โมเดลแฟรนไชส์ (Franchise) ซึ่งเปิดโอกาสให้เจ้าของโครงการสามารถควบคุมต้นทุน และกำกับผลกำไรขาดทุน (P&L) ได้ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันยังสามารถเข้าถึงระบบการจอง เทคโนโลยี และความแข็งแกร่งของแบรนด์โรงแรมระดับโลก
โมเดลแฟรนไชส์มีข้อได้เปรียบด้านโครงสร้างต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับรูปแบบดั้งเดิม โดยค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่ผูกกับรายได้จากห้องพัก (Room Revenue) เท่านั้น และไม่รวมรายได้จากอาหารและเครื่องดื่ม (Food and Beverage: F&B) หรือค่าธรรมเนียมตามผลกำไร (Incentive Fee) ทำให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารอัตรากำไรได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ทั้งนี้ บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มีบทบาทในการบริหารจัดการโรงแรมให้กับเจ้าของโครงการในฐานะผู้ให้บริการบริหารจัดการโรงแรมอิสระ (Third-party Operator : TPO) ภายใต้ความร่วมมือกับเครือโรงแรมระดับโลกอย่างแอคคอร์ (Accor) จึงสามารถนำโมเดลแฟรนไชส์มาใช้ได้อย่างยืดหยุ่นและเป็นตามมาตรฐานสากล
“จากประสบการณ์ในการบริหารโรงแรมเมอร์เคียว ภูเก็ต ป่าตอง เจอร์นีย์ฮับ (Mercure Phuket Patong Journeyhub) ซึ่งปรับจากโรงแรมอิสระเข้าสู่แบรนด์ Mercure เป็นการสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวผ่านมาตรฐานแบรนด์ระดับสากล ช่วยเสริมการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ในกลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องพัก (Average Daily Rate: ADR) เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย สะท้อนศักยภาพของโมเดลแฟรนไชส์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและความสามารถในการทำกำไรในระยะยาว” นายปรับชะรันซิงห์ กล่าว
สำหรับตลาดเวียดนาม ถือเป็นหนึ่งในตลาดดาวรุ่งของภูมิภาค ปัจจุบันยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการใช้โมเดลแฟรนไชส์ โดยมีสัดส่วนเพียงประมาณ 20% เทียบกับตลาดพัฒนาแล้วอย่างยุโรปและสหรัฐอเมริกาที่มีสัดส่วนสูงถึง 70–80% สะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะในกลุ่มโรงแรมระดับ Economy, Mid-scale และ Select Service ที่ตรงกับโครงสร้างดีมานด์ของตลาด
อย่างไรก็ดี ภายใต้ภาวะต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนาโครงการจาก “ห้องพัก” ไปสู่ “จุดหมายปลายทาง” (Destination) ที่สร้างรายได้จากหลายช่องทางและใช้งานได้ตลอดทั้งปี โดยโมเดลแฟรนไชส์มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดต้นทุน และเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ผ่านแบรนด์และระบบการจองห้องพักระดับโลก
“เวียดนามกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของอุตสาหกรรมโรงแรม การเลือกโมเดลการบริหารที่เหมาะสมจะเป็นตัวกำหนดทั้งประสิทธิภาพการดำเนินงานและผลตอบแทนระยะยาว โมเดลแฟรนไชส์ร่วมกับการบริหารโดย Third-party Operator (TPO) จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ช่วยให้ผู้ประกอบการควบคุมต้นทุนและเติบโตได้อย่างยั่งยืน” นายปรับชะรันซิงห์ กล่าว
การเข้าร่วมเวทีเสวนาระดับภูมิภาค “UNLOCKING FRANCHISE POTENTIAL FOR VIETNAM” ในงาน MTE HCMC 2026 ณ นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม สะท้อนบทบาทของ BC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการบริหารโรงแรม ที่สามารถเชื่อมโยงองค์ความรู้ระดับสากลให้สอดคล้องกับบริบทของตลาดในภูมิภาคอาเซียน พร้อมต่อยอดโอกาสการลงทุนและสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้กับโครงการในระยะยาว
ยอดนิยม
ค่าเงินบาทวันนี้ 24 เมษายน 2569
ผู้ถือหุ้น BVG ไฟเขียวปันผลปี 68 เพิ่ม 0.051 บาท/หุ้น รวมทั้งปีจ่าย 0.081 บาท/หุ้น กำหนดจ่าย 20 พ.ค.นี้
NCL ผนึกยักษ์ใหญ่สเปนคว้างานกองทัพเรือไทย 122 ล้าน ชี้ปมภูมิรัฐศาสตร์ดันธุรกิจป้องกันประเทศแนวโน้มเติบโตสูง
Liberator ขึ้นแท่นโบรกเกอร์อันดับ 1 เอเชียจาก TradingView ‘มาดามเดียร์’ นำทีมคว้า Best Stock Broker in Asia 2025