เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์มั่นในปี69เบี้ยรับโตต่อ เน้นจับมือพันธมิตร- ออกสินค้าราคาถูกเข้าถึงง่าย

เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ตั้งเป้าปี 69 เบี้ยประกันภัยรับรวมโต Double Digit โดยเน้นจับมือกับพันธมิตรและออกผลิตภัณฑ์ในราคาที่ลูกค้าเข้าถึงง่าย แม้เศรษฐกิจไทยจะมีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านสุขภาพ
นายอาร์ช คอลมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า ปี 2569 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับโต Double Digit ซึ่งมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมายหลังไตรมาสแรกเติบโตได้ดี แม้เศรษฐกิจไทยปีนี้จะมีความท้าทายจากปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ เช่น ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ ความผันผวนทางเศรษฐกิจ และความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ซึ่งการทำธุรกิจปีนี้จะเน้นการร่วมมือกับพันธมิตรซึ่งในกลุ่มพันธมิตรที่เกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินปัจจุบันมี 3-4 ราย และปีนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีก 8-10 ราย นอกจากนี้บริษัทยังได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาในราคาย่อมเยาว์ เพื่อให้ลูกค้าสามารถจับต้องได้ ในยุคที่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี
ปี2569 น่าจะเป็นอีกปีที่ท้าทาย ดังนั้น เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ จึงได้เตรียมต่อยอดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจด้วยการเสริมแกร่ง 3 เสาหลัก โดยแบ่งเป็นการยกระดับช่องทางการขายผ่านการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน (Digitalization) การเสริมศักยภาพให้พันธมิตรด้วยเครื่องมือการขายดิจิทัลที่เชื่อมต่ออย่างไร้รอยต่อ การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงาน (process transformation) โดยยึดความเข้าใจและความเห็นอกเห็นใจต่อพันธมิตรด้านการจัดจำหน่าย โดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลาง รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (product customization)ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม
ในด้านการบริการ เจนเนอราลี่ ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการให้บริการสู่ระดับ Best‑in‑Class ภายใต้กลยุทธ์ Customer First รวมถึงการให้บริการแบบ Omnichannel นอกจากนี้ ได้มีการนำ AI มาใช้ในกระบวนการพิจารณาสินไหม โดยคาดว่าจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและเร่งความรวดเร็วในการให้บริการได้ถึง 40%
เพื่อปลดล็อกศักยภาพของบุคลากรในยุค AI เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ยังคงเสริมสร้างรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงทุนในการพัฒนาบุคลากร (People) เพื่อพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI และทักษะการทำงานข้ามสายงาน เพื่อให้พนักงานมีทั้งทักษะและกรอบความคิดที่เหมาะสมในการเติบโตและประสบความสำเร็จในสภาพแวดล้อมการทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล
“ปี68 บริษัทเบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) อยู่ที่ 16,100 ล้านบาท เติบโตถึง 22% ความสำเร็จดังกล่าวมาจากความแข็งแกร่งของ พอร์ตธุรกิจและช่องทางการขายหลัก โดยเฉพาะช่องทางธนาคาร (Bancassurance) ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีเบี้ยประกันภัยรับปีแรก(SFYP) ที่เพิ่มขึ้น 87% ขณะที่ประกันกลุ่ม (Group Employee Benefits) ก้าวขึ้นสู่อันดับ 3 ของตลาด สะท้อนคุณค่าและความแข็งแกร่งของข้อเสนอที่โดดเด่นของบริษัท ทางด้านช่องทางตัวแทน (Agency) สามารถยกระดับคุณภาพตัวแทนมืออาชีพ
โดยมีจำนวนสมาชิกที่ได้คุณวุฒิ MDRT เพิ่มขึ้น 14% ส่วนช่องทางขายตรง (Direct Business) ครองอันดับ 5 ในตลาด ตอกย้ำการเติบโตของโซลูชันแบบเข้าถึงลูกค้าโดยตรง โดยมีช่องทางดิจิทัล (Digital) เป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของการเติบโตในอนาคต โดยมีแพลตฟอร์มดิจิทัล GEN 365 รองรับลูกค้าที่ใช้บริการมากกว่า 600,000 ราย นอกจากนี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทยังได้ขยายช่องทางโบรกเกอร์ (Retail Broker) โดยร่วมมือกับโบรกเกอร์ชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อขยายการเข้าถึงตลาดและกลุ่มลูกค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น”นายอาร์ช คอลมิ กล่าว
ยอดนิยม
สมาคมประกันชีวิตไทยจับมือญี่ปุ่น แชร์กลยุทธ์รับมือสังคมสูงวัยด้วย AI
กรุงเทพประกันภัย-ลูกค้าร่วมบริจาคเงิน แก่องค์กรการกุศลผ่านการซื้อประกันโรคมะเร็ง
เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์มั่นในปี69เบี้ยรับโตต่อ เน้นจับมือพันธมิตร- ออกสินค้าราคาถูกเข้าถึงง่าย