CK-STECON ตัวเต็ง! ได้ประโยชน์นโยบายเร่งด่วนรัฐบาล เพิ่มโอกาสการเติม Backlog เพิ่มขึ้น

คมนาคมเร่งผลักดันโครงการลงทุน Quick-win โบรกฯ เคาะ CK- STECON จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากสุดจากโอกาสการเติม backlog เบื้องต้นฟาดงานใหม่ทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะเป็น upside ราคาเป้าหมาย 0.1-0.2 บาท/หุ้น
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากประเด็น คมนาคมเร่งผลักดันโครงการลงทุน Quick-win โดย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายเร่งผลักดันโครงการระยะเร่งด่วน (Quick-win) ใน 3 ด้าน ประกอบด้วย:
1) เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ให้สามารถเปิดให้บริการได้โดยเร็ว เช่น โครงการก่อสร้างบนถนนพระราม 2, โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา (M6) ให้เร่งรัดเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติม
2) เร่งรัดประกวดราคา สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อม โดยมีโครงการขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจกต์) ที่สำคัญ วงเงินรวมไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท เช่น โครงการมอเตอร์เวย์ M5 ส่วนต่อขยาย รังสิต-บางปะอิน วงเงิน 4.2 หมื่นล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์ M9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก บางขุนเทียน-บางบัวทอง วงเงิน 5.6 หมื่นล้านบาท, โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง วงเงิน 1.7 หมื่นล้านบาท,
โครงการรถไฟสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต วงเงิน 6 พันล้านบาท และช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา วงเงิน 1.47 หมื่นล้านบาท, โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย วงเงิน 3.4 แสนล้านบาท เป็นต้น
3) เร่งรัดเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขออนุมัติโครงการ พร้อมทั้งเร่งรัดโครงการแลนด์บริดจ์ โดยมีโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ เช่น โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9 (Double Deck) วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์สาย M8 สายนครปฐม-ชะอำ เฟส 1 วงเงิน 5.5 หมื่นล้านบาท,
โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 3 หมื่นล้านบาท ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่–สงขลา วงเงิน 6.6 หมื่นล้านบาท และช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7.8 พันล้านบาท, โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1.2 หมื่นล้านบาท, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 3.6 หมื่นล้านบาท เป็นต้น
ทั้งนี้มีมุมมองเป็นบวก จากการกลับมาเดินหน้าผลักดันโครงการลงทุน โดยโครงการส่วนใหญ่ยังเป็นไปตามกรอบโครงการเดิม ขณะที่ยังคงคาดการณ์ว่าโครงการที่จะเร่งผลักดันได้เร็ว จะเป็นโครงการในกลุ่ม Quick-win 2 ซึ่งเป็นโครงการที่ผ่าน ครม. ไปแล้วและมีความพร้อมผลักดันเปิดประมูล โดยโครงการที่คาดจะทยอยเปิดประมูลได้ในไตรมาส 4/69 เช่น รถไฟความเร็วสูงไทย-จีน เฟส 2 นอกจากนี้สำหรับโครงการในกลุ่ม Quick-win 3 มองว่าโครงการที่มีโอกาสสานต่อได้เร็วจะเป็น Double Deck หลังจากที่ได้ข้อสรุปรายละเอียดแล้วและอยู่ระหว่างรอเสนอ ครม. ขณะที่โครงการแลนด์บริดจ์ เราเชื่อว่ายังต้องใช้เวลา
สำหรับ Construction Services (Neutral) CK (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 23.00 บาท), STECON (แนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมาย 12.50 บาท) โดยมองว่าจะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์มากสุดจากโอกาสการเติม backlog เบื้องต้นประเมินสำหรับงานใหม่ที่ได้รับทุกๆ 1 หมื่นล้านบาท จะเป็น upside ราคาเป้าหมาย CK และ STECON ใกล้เคียงกันราว 0.1-0.2 บาท/หุ้น
ส่วน BEM (แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 9.00 บาท) ได้อานิสงส์จากการกลับมาเดินหน้าโครงการ Double Deck โดยคาดจะเห็นความคืบหน้ามากขึ้นในครึ่งหลังปี 69 ซึ่งหากอิงจากการเจรจาก่อนหน้านี้ เบื้องต้นประเมินสำหรับโครงการ Double Deck และการขยายสัมปทานทางด่วนให้ BEM ระยะเวลา 22 ปี 5 เดือน และสุทธิกับการลดค่าผ่านทางลงเหลือ 50 บาท ประเมินจะเป็น upside ราคาเป้าหมาย BEM ราว 0.5 บาท/หุ้น
ยอดนิยม
UAE ถอนตัวออก “โอเปก” สร้างความไม่แน่นอนต่อน้ำมันโลก โบรกฯ ชี้เป็นจังหวะเก็งกำไรหุ้นพลังงาน
DELTA ทะยานแน่! โบรกฯ ชี้ถ้าหลุดแคชบาลานซ์ ราคาหุ้นจ่อพุ่ง 360 บาท
“บอย ท่าพระจันทร์” จัดหนัก! เข้าซื้อ PLANB เพิ่ม 2.8 ล้านหุ้น ดันมูลค่าถือกว่า 438 ล้านบาท
BJC โดนลงโทษ! โบรกฯ หั่นประมาณการหนัก หลังคาดกำไร Q1-2/69 ดิ่งแรง