Talk of The Town

KBANK เปิดงบไตรมาสแรก ฟันกำไรสุทธิ 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% หลังบุ๊กรายการพิเศษ 1,455 ล้านบาท


21 เมษายน 2569

KBANK โชว์งบ Q1_69_S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

KBANK โชว์งบไตรมาสแรก ฟันกำไรสุทธิ 14,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35% หลังบุ๊กรายการพิเศษจากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว 1,455 ล้านบาท แต่หากไม่รวม กําไรสุทธิจะมีจำนวน 13,378 ล้านบาท ลดลง 2.99% 

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK เปิดเผยผลการดําเนินงานไตรมาส 1/69 มีกําไรสุทธิ 14,667 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หากไม่รวมรายได้จากค่าชดเชยมูลค่าเงินลงทุนที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว 1,455 ล้านบาท กําไรสุทธิจะมีจำนวน 13,378 ล้านบาท ลดลง 2.99%  จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

โดยกําไรสุทธิดังกล่าวยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นช่วงปลายไตรมาสแรก และตามที่สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อเพิ่มความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อผลการดําเนินงานในอนาคต

ทั้งนี้การลดลงของกําไรสุทธินั้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 31,957 ล้านบาท ลดลงจำนวน 3,468 ล้านบาท หรือ 9.79% โดยอัตราผลตอบแทนสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้สุทธิ (Net Interest Margin: NIM) อยู่ที่ระดับ 2.95% ลดลงตามภาวะตลาด และธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินให้ลูกค้าในระหว่างปี 2568 รวมทั้งการเติบโตของเงินให้สินเชื่อที่ยังชะลอตัว

นอกจากนี้ รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจาก 1.รายได้จากการให้บริการบริหารความมั่งคั่งให้ลูกค้า และค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่เติบโตในช่วงต้นปี ซึ่งยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

2.รายได้จากการลงทุนที่เกิดจากการทำกําไรในภาวะตลาดที่เอื้ออํานวย และ 3. ผลการดําเนินงานการบริการประกันภัยที่ดีขึ้น

สำหรับค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่น ๆ  มีจำนวน 19,279 ล้านบาท ลดลงจำนวน 773 ล้านบาท หรือ 3.85% โดยมีปัจจัยหลักจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่ลดลงสอดคล้อง กับการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลตามแผนที่ดําเนินการ ควบคู่กับการบริหารจัดการเพิ่มประสิทธิภาพการดําเนินงาน (Productivity) อย่างต่อเนือง ส่งผลให้อัตราส่วนค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ต่อรายได้จากการดําเนินงานสุทธิ  (Cost to Income Ratio) อยู่ที่ระดับ 38.93%

นอกจากนี้ ธนาคารและบริษัทย่อยยังคงนโยบายตั้งสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที้คาดว่าจะเกิดขึ้นตามหลักความระมัดระวัง เพื่อให้สํารองฯ อยู่ในระดับที่เหมาะสมรองรับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจ และ สถานการณ์ในอนาคตที่ยังมีความท้าทายจากทั้งใน และนอกประเทศที่มีความผันผวนสูง และมีแนวโน้มที่ความเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้น จึงตั้งสํารองฯ ในไตรมาสนี้ 9,823 ล้านบาท ใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และสอดคล้องกับแนวทางที่ธนาคาร ได้สื่อความไว้