CPALL เสี่ยงกำไรหาย หากนำ 3 บ.ย่อย เข้า ACM Holding แบกขาดทุนธุรกิจ Virtual Bank ถึง 3 ปี

โบรกฯ คาดหากผู้ถือหุ้น CPALL โหวตไฟเขียวนำ 3 บริษัทย่อยเข้ากลุ่ม ACM Holding อาจทำ CPALL เสียส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย เหตุเสี่ยงผลขาดทุนของ Virtual Bank เป็นเวลา 2–3 ปี
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองต่อประเด็นที่ บอร์ด CPALL มีมติไม่เห็นด้วยกับการนำ 3 บริษัทย่อย ได้แก่ Counter Service, Thai Smart Card และ CPAXT เข้าไปอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจธนาคารไร้สาขาของ CP Group ผ่าน ACM Holding
โดยเหตุผลหลักคือกังวลว่าการปรับโครงสร้างอาจลดความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจในอนาคต เช่น การร่วมมือกับพันธมิตรที่มีธุรกิจใกล้เคียงกัน และอาจทาให้การอนุมัติกิจกรรมต่างๆ ใช้เวลานานขึ้น ซึ่งข้อเสนอปรับโครงสร้างดังกล่าว มีที่มาจากแนวทางที่ต้องการให้ผู้ได้รับใบอนุญาต Virtual Bank รวบรวมธุรกิจการเงินที่เกี่ยวข้องในเครือไว้ภายใต้กลุ่มบริษัทเดียวกัน
สำหรับขั้นตอนถัดไปคือการประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 29 พ.ค. เพื่อโหวตว่าจะอนุมัติให้นำ 3 บริษัทย่อยเข้า ACM Holding หรือไม่
ทางเลือกที่ 1. การผ่านมติต้องใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่า 75% ของผู้เข้าประชุม โดยไม่รวมเสียงของกลุ่ม CP ซึ่งถือหุ้น 35.9% ณ สิ้นปี 2568 (CPALL ยังไม่แจ้งสิ่งตอบแทนที่จะได้ คาดแจ้งในหนังสือเชิญประชุมต้นพ.ค.)
ทางเลือกที่ 2. หากที่ประชุมไม่อนุมัติ โครงสร้างธุรกิจของ CPALL จะคงเดิม และบริษัทจะไม่ต้องรับรู้ผลขาดทุนในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ Virtual Bank
ทั้งนี้ แม้ประเมินว่าผู้ถือหุ้น CPALL ส่วนใหญ่มีแนวโน้มไม่อนุมัติการนำ 3 บริษัทย่อยเข้า ACM Holding จากความกังวลเรื่องความคล่องตัวทางธุรกิจ ความเสี่ยงต้องรับรู้ขาดทุนในช่วงแรกของ Virtual Bank ซึ่งอาจใช้เวลา 2–3 ปี และโอกาสสูญเสียส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อย (23% ของกำไร CPALL)
แต่ตราบใดที่ผลโหวตยังไม่ชัดเจนจนถึงวันที่ 29 พ.ค. ประเด็นนี้น่าจะยังเป็น overhang ระยะสั้น ต่อราคาหุ้น CPALL และ CPAXT ดังนั้น แนะนำรอซื้อ CPALL (ราคาเป้าหมาย 60 บาท) และ ถือ CPAXT (ราคาเป้าหมาย 17 บาท)
พร้อมกันนี้ นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงไทย เอ็กซ์สปริง จำกัด ให้มุมมองว่า CPALL ถือหุ้น 100% ในบริษัทเคาน์เตอร์เซอร์วิส บริการชำระบิลในร้าน 7-Eleven, ถือหุ้น 100% ในบริษัทไทยสมาร์ทคาร์ด บริการระบบชำระเงินและ All Member, ถือหุ้น 59.92% ใน CPAXT ที่เป็นเจ้าของกิจการ Makro และ Lotus
โดย CPAXT และอีก 2 บริษทย่อยของ CPALL สร้างกำไรราว 23% (19%+4%) ของกำไร CPALL รวม ขณะที่ยังไม่ทราบผลตอบแทนที่ CPALL จะได้จากการโอน 3 บ.ย่อยนี้ไป เบื้องต้นประเมินว่าผู้ถือหุ้นไม่น่าจะเห็นด้วยกับมตินี้ ประเด็นนี้น่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น CPALL และ CPAXT จนกว่าจะทราบผลประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 29 พ.ค.นี้
ยอดนิยม
หุ้นไทยวันนี้ผันผวน! โบรกฯ เตือน หากดัชนีหลุด 1,470 จุด เป็นสัญญาณไม่ดี
TISCO ฮอตหนัก! ทริสเรทติ้งชูอัตราจ่ายปันผล 90% ความสามารถทำกำไรสูงกว่าคู่แข่ง
CPALL เสี่ยงกำไรหาย หากนำ 3 บ.ย่อย เข้า ACM Holding แบกขาดทุนธุรกิจ Virtual Bank ถึง 3 ปี