รายงานพิเศษ : SFLEX ปักธงปี 69 ยอดขายแตะ 2.2 พันลบ. เร่งขยายตลาด-พัฒนาโปรดักส์ใหม่

SFLEX ขับเคลื่อนการเติบโตเดินหน้าสร้างแบรนด์ควบคู่นวัตกรรมบรรจุภัณฑ์รักษ์โลก ผนึกพันธมิตร Co-development ขยายตลาดใหม่ ยกระดับการผลิต-บริหารต้นทุน พร้อมเร่งใช้พลังงานสะอาด หนุนการเติบโตแข็งแกร่งในระยะยาว
การพัฒนานวัตกรรมให้กับสินค้าเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความแตกต่างและกระตุ้นยอดขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะเห็นได้จากการขับเคลื่อนธุรกิจของ บมจ.สตาร์เฟล็กซ์ (SFLEX) “สมโภชน์ วัลยะเสวี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุทิศทางการดำเนินธุรกิจในปี 2569 มุ่งสร้างการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ โดยวางกลยุทธ์สำคัญในการยกระดับแบรนด์ (Branding) ควบคู่กับการพัฒนาสินค้าและบริการให้มีคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นในวงกว้าง พร้อมต่อยอดสู่การเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์และขยายฐานลูกค้าในกลุ่มใหม่ที่มีศักยภาพ
ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการสร้างความแตกต่างผ่านการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในรูปแบบ Co-development ซึ่งจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนมากขึ้น ความร่วมมือดังกล่าวไม่เพียงช่วยเพิ่มความหลากหลายของสินค้า แต่ยังเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถเข้าถึงลูกค้าในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
ด้านการดำเนินงาน บริษัทฯ เดินหน้าบริหารต้นทุนอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและรองรับความผันผวนของภาวะเศรษฐกิจ โดยจากเดิมที่เน้นการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิตในช่วงที่ผ่านมา แผนในระยะถัดไปจะปรับสู่การลงทุนเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตเป็นหลัก ผ่านการนำเครื่องจักรที่ทันสมัยเข้ามาใช้ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีความคล่องตัวและสอดรับกับความต้องการของตลาด โดยเฉพาะการผลิตบรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องอาศัยเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำและมาตรฐานสูงมากยิ่งขึ้น
การปรับทิศทางดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทสามารถลดต้นทุนต่อหน่วย เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร และยกระดับอัตรากำไรในระยะยาว ขณะเดียวกันยังช่วยเสริมสร้างความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ รองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่บริษัทให้ความสำคัญ คือ การดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดความยั่งยืน โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานสะอาด ผ่านการติดตั้ง Solar Rooftop ให้ครอบคลุมพื้นที่การผลิตทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะยาว พร้อมทั้งสนับสนุนการก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ใช้พลังงานสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ สอดคล้องกับทิศทางของอุตสาหกรรมและความคาดหวังของลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
จากกลยุทธ์ดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงจุดแข็งสำคัญของ SFLEX ที่ยังคงยืนอยู่บนฐานของคุณภาพสินค้าและการบริการที่ได้รับการยอมรับในตลาด ผสานกับความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับพันธมิตร และการปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้บริษัทสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว
ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายในปี 2569 เติบโตแตะระดับ 2,200 ล้านบาท โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการขยายตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ ผู้บริหารเชื่อมั่นว่า ด้วยการวางกลยุทธ์ที่ครอบคลุมทั้งด้านการตลาด นวัตกรรม การบริหารต้นทุน และความยั่งยืน จะช่วยให้ SFLEX สามารถก้าวสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต