โบรกฯแนะเลี่ยง 4 หุ้น เสี่ยงหลุด SET50 ครึ่งหลังปี 69 หวั่นถูกกองทุนลดน้ำหนัก

โบรกฯ คาดหุ้นเข้าออก SET50/SET100 รอบปีหลังปี 69 พร้อมแนะเลี่ยง BTS-CBG-SAWAD-OSP เสี่ยงหลุดจากดัชนี อาจถูกกองทุนลดน้ำหนักลงทุน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ทีมกลยุทธ์ได้คำนวณหุ้นเข้าและออกในดัชนี SET50-SET100 สำหรับรอบครึ่งปีหลังปี 69 ก่อนที่ตลาดจะประกาศการคัดเลือกหุ้นเข้าออกรอบนี้ในช่วงกลางเดือนมิ.ย. 2569 และมีผลเริ่มใช้ 1 ก.ค. 2569
โดยสำหรับผลการคำนวนในรอบนี้ใช้ข้อมูลตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2568 –16 เม.ย. 2569 (ขาดประมาณ 7 สัปดาห์ ก่อนข้อมูลจะครบถ้วน) ซึ่งพอจะเห็นแนวโน้มหุ้นเข้าออก และน่าจะมีความใกล้เคียงปานกลาง-สูง เทียบกับที่ตลาดฯ จะประกาศ โดยการศึกษาพบว่า การซื้อเก็งกำไรล่วงหน้า 45-30 วัน ก่อน Effective Date ในหุ้นที่คาดจะเข้า SET50 ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 6-7%
โดยบทวิเคราะห์ฉบับนี้น่าจะช่วยให้นักลงทุนเตรียมตัวสำหรับการลงทุนในดัชนี SET50 และ SET100 ได้รายละเอียดดังนี้ หุ้นที่คาดว่าจะเข้า SET50 รอบนี้มี 4 บริษัท คือ THAI (โอกาสเข้า 90%), BCP (โอกาสเข้า 80%), MRDIYT (โอกาสเข้า 60%), TFG (โอกาสเข้า 80%)
และหุ้นคาดว่าจะหลุด SET50 รอบนี้ 4 บริษัท คือ BTS (โอกาสหลุด 90%), CBG (โอกาสหลุด 80%), SAWAD (โอกาสหลุด 80%), OSP (โอกาสหลุด 60%) ส่วนหุ้นที่คาดเข้า SET100 รอบนี้ มี 6 บริษัท คือ THAI, MRDIYT, ITC, CKP, WHAUP, THCOM และหุ้นที่คาดว่าจะหลุด SET100 รอบนี้ 6 บริษัท คือ DOHOME, JAS, JMART, MOSHI, SISB, SJWD
ทั้งนี้ หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET50 มากกว่า 60% ของทั้งหมด ปรับตัวขึ้นก่อนถูกนำเข้าคำนวณจริง สวนทางกับหุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลงโดยข้อมูลตั้งแต่ปี 2005-2026 พบว่า หุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET50 จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึง 7.05% หากซื้อก่อนที่จะมีการนำเข้าไปคำนวณประมาณ 1.5 เดือน ด้วยโอกาสสูงถึง 60% ซึ่งสวนทางกับหุ้นที่ถูกคัดออกที่มักจะปรับตัวลงล่วงหน้าเฉลี่ยราว 3.65% ในช่วงเดียวกัน (Appendix)
และหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET100 มีแนวโน้มเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบในช่วง 45วัน ก่อนวัน Effective date ในขณะที่หุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลงสำหรับหุ้นที่ถูกคัดเลือกเข้า SET100 นั้น มีแนวโน้มเคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 45วันก่อน Effective date แต่หุ้นที่ถูกคัดออกมักปรับตัวลง คาดเป็นผลจากการที่มูลค่า NAV ของ passive fund ที่ใช้ Benchmark เป็น SET100 ยังมีค่อนข้างน้อย ทำให้ผลกระทบจากการ Rebalance Index มีจำกัด (Appendix)
สำหรับกลยุทธ์ SET50 และ SET100 Play กลยุทธ์การลงทุนหุ้นที่เข้า-ออก SET50 และ SET100 ให้เลี่ยงหุ้นที่คาดว่าจะหลุด SET50 SET100 เนื่องจากมีความเสี่ยงในการลดน้ำหนักจาก Index Fund และแนะนำ เก็งกำไรหุ้นคาดว่าจะเข้า SET50 ใหม่ ได้แก่ THAI, BCP, TFG และ MRDIYT