Talk of The Town

สะเทือน!! กลุ่มโรงแรม-การบิน ยุโรปเสี่ยงขาดน้ำมันเครื่องบินใน 6 สัปดาห์ หวั่นนทท.หาย-ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง


17 เมษายน 2569

สะเทือน! กลุ่มโรงแรม-การบิน_S2T (เว็บ)_0.jpg

IEA เตือนยุโรปเสี่ยงน้ำมันเครื่องบินใน 6 สัปดาห์ เซ่นพิษสงครามตะวันออกกลาง โบรกฯ คาดเซนติเมนต์เชิงลบ ต่อกลุ่มโรงแรม-การบิน หวั่นนักท่องเที่ยวยุโรปหาย-ต้นทุนเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า ตามที่นายฟาติห์ บีรอล ผู้อำนวยการสำนักงาน IEA ออกมาเตือนว่า ยุโรปอาจมีน้ำมันเครื่องบิน (Jet Fuel) ใช้เหลือเพียงราว 6 สัปดาห์เท่านั้น ท่ามกลางผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทำให้เส้นทางพลังงานสำคัญของโลกถูกปิดกั้น 

โดย IEA มองว่า ประเทศในเอเชียจะเป็น “แนวหน้า” ที่ได้รับผลกระทบก่อน เนื่องจากพึ่งพาพลังงานจากตะวันออกกลางสูง โดยเฉพาะญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย จีน ปากีสถาน และบังกลาเทศ ก่อนที่แรงกระแทกจะลามไปยังยุโรปและสหรัฐ สำหรับยุโรปหากสถานการณ์ยืดเยื้ออาจเริ่มเห็นข่าว “ยกเลิกเที่ยวบินระหว่างเมือง” จากปัญหาขาด Jet Fuel 

ซึ่งจะกระทบทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และระบบโลจิสติกส์โดยตรง นอกจากนั้น ข้อมูลจาก ACI Europe ระบุว่า อุตสาหกรรมการบินและการเดินทางทางอากาศสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้ยุโรปมากถึง 851,000 ล้านยูโร หรือเกือบ 1 ล้านล้านดอลลาร์ต่อปี และสนับสนุนการจ้างงาน 14 ล้านตำแหน่ง

ดังนั้น มองเป็นเซนติเมนต์เชิงลบ และยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามสำหรับกลุ่มท่องเที่ยวและสายการบิน หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยืดเยื้อ จะส่งผลกระทบต่อการเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลกมากขึ้น โดยกลุ่มท่องเที่ยวมองเป็นลบต่อการเดินทางที่จะลดน้อยลงจากยุโรปมาไทย 

โดยสัดส่วนนักท่องเที่ยวยุโรปช่วง 3 เดือนแรกปี 69 อยู่ที่ 32.7% ของจำนวนนักท่องเที่ยวรวม แต่อย่างไรก็ดี ช่วงไตรมาส 2 และ3 จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวยุโรปเดินทางมาไทยน้อยอยู่แล้ว เพราะเป็นช่วงโลว์ซีซั่น (สัดส่วนนักท่องเที่ยวช่วงไตรมาส 2/68-3/68 จะลงมาอยู่ที่ 19% ของจำนวนนักท่องเที่ยวรวม) 

ทั้งนี้หุ้นที่จะได้รับผลกระทบคือ MINT (สัดส่วนรายได้โรงแรมที่ยุโรปราว 60% แต่มีถึง 70% เป็นนักท่องเที่ยวยุโรปเที่ยวกันเอง) และ SHR (สัดส่วนรายได้โรงแรมที่ UK ที่ 33%) รวมถึง ERW และ CENTEL ที่จะได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปมาไทยได้น้อยลง โดยกลุ่มท่องเที่ยวให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “เท่ากับตลาด” โดยไม่มี Top pick 

ส่วนกลุ่ม Aviation ประเมินว่าจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนหลักของธุรกิจ โดยสายการบินที่มีสัดส่วนผู้โดยสารจากยุโรปมาก ได้แก่ THAI และ BA ขณะที่ AAV เน้นผู้โดยสารในประเทศและภูมิภาคเอเชีย ขณะที่ AOT เราประเมินจะมีผลกระทบต่อจำนวนผู้โดยสารที่อาจเติบโตน้อยกว่าคาด โดยปัจจุบันประเมิน AOT จะมีจำนวนผู้โดยสารที่ 131 ล้านคน เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน โดยจะมีผู้โดยสารระหว่างประเทศ 78 ล้านคน เพิ่มขึ้น 2% จากปีก่อน สำหรับกลุ่ม Aviation ยังให้น้ำหนักการลงทุนเป็น Neutral โดยเลือก AOT เป็นหุ้นเด่น