Talk of The Town

SSP ขายโรงไฟฟ้ารับเงินก้อนโต โบรกฯ คาดบุ๊กกำไร 500 ล้านบาท เฮ! มีปันผลอีก 0.12 บาท


10 เมษายน 2569

SSP ขายโรงไฟฟ้า_S2T (เว็บ)_0.jpg

SSP ประกาศดีลขายโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในญี่ปุ่น โบรกฯ คาดบันทึกกำไรเข้าไตรมาส 2/68 ราว 500 ล้านบาท หนุนผลงาน-สภาพคล่อง พร้อมอัพเป้ากำไรปี 69 ขึ้นอีก 46% เป็น 1.3 พันล้านบาท

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ให้มุมมองว่า SSP ประกาศขายเงินลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ Yamaga ประเทศญี่ปุ่น กำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ (PPA 30 เมกะวัตต์) ที่ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด 90% ให้แก่ PAG REN I Holdings SG VCC และ Tsubasa Energy Assets s.r.o. คิดเป็นมูลค่าราว 5 พันล้านเยน หรือราว 1 พันล้านบาท โดยคาดธุรกรรมจะแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/69 

โดยโครงการ Yamaga เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งอยู่ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น มีกำลังการผลิตติดตั้ง 34.5 เมกะวัตต์ และสัญญา PPA 30 เมกะวัตต์ เป็นเวลา 20 ปี COD เมื่อ 30 พฤษภาคม 2563 จึงเหลือระยะเวลาขายไฟตามสัญญาอีกราว 14 ปีจากปัจจุบัน 

พร้อมทั้ง ประกาศจ่ายปันผลระหว่างกาลจากกำไรสะสมปี 2568 อีก 0.12 บาทต่อหุ้น (XD 22 เม.ย.) ซึ่งเมื่อรวมกับปันผลประจำปี 2568 ที่ 0.205 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ปันผลรวมอยู่ที่ 0.325 บาทต่อหุ้น  

ทั้งนี้ หากพิจารณาในแง่ของการสร้างกำไร ฝ่ายวิจัยคาดโครงการดังกล่าวสร้างผลตอบแทนให้แก่ SSP ราว 80 -100 ล้านบาทต่อปี โดยประเมินว่ากระแสเงินสดที่คาดจะได้รับตลอดอายุสัญญาที่เหลือ เมื่อคิดลดกลับมาเป็นมูลค่าปัจจุบันจะอยู่ที่ราว 1 พันล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมูลค่าการจำหน่ายเงินลงทุนในครั้งนี้ ซึ่ง SSP สามารถรับรู้ได้ทันที 

ขณะเดียวกัน คาดยังช่วยให้มีการบันทึกกำไรจากการขายหุ้นราว 500 ล้านบาท ในไตรมาส 2/69 หนุนผลประกอบการ และเพิ่มสภาพคล่องให้ SSP สามารถนำเงินไปต่อยอดการลงทุนในโครงการใหม่ที่มีศักยภาพสร้างผลตอบแทนที่สูงขึ้น ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ ได้ปรับลดกำไรปกติปี 2569 – 2570 ลง 9.7% และ 10.9% มาอยู่ที่ 801.6 และ 893 ล้านบาท ตามลำดับ ขณะเดียวกันได้ปรับเพิ่มกำไรสุทธิปี 2569 ขึ้น 46.6% จากเดิมมาอยู่ที่ 1.3 พันล้านบาท เพื่อสะท้อนการถอดโครงการ Yamaka ออกจากประมาณการ และรับรู้กำไรพิเศษจากการขายโครงการฯ เข้ามาแทน ภายใต้ประมาณการใหม่ คาดกำไรปกติปี 2569 – 70 ยังเห็นการเติบโต 29.6% และ 11.4% ตามลำดับ 

ทั้งนี้ เนื่องจากมูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดตลอดอายุสัญญาที่เหลือ คาดยังอยู่ในระดับใกล้เคียงกับมูลค่าที่ SSP จะได้รับจากการจำหน่ายเงินลงทุนโครงการฯ จึงคงราคาเหมาะสมที่ 5 บาท คาดผลประกอบการผ่านพ้นช่วงต่ำสุดในปี 2568 มาแล้ว รวมถึงระยะสั้นคาดกำไรปกติไตรมาส 1/69 ยังเติบโตจากไตรมาสก่อน พร้อมอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลจากปันผลระหว่างกาลอีก 3.4% คงคำแนะนำซื้อ โดยเน้นทยอยสะสมสำหรับการลงทุนระยะยาว  

SSP