Talk of The Town

ผวา! หุ้นแบงก์ผลงานสะดุด โบรกฯ คาดกำไรทรุด 2 ไตรมาสติด เหตุรายได้ดอกเบี้ยลด-ตั้งสำรองเพิ่ม


03 เมษายน 2569

ผวา! หุ้นแบงก์ใหญ่_S2T (เว็บ) copy_0.jpg

โบรกฯ คาดกำไรกลุ่มแบงก์ไตรมาส 1/69 ปรับลดลง 13% จากช่วงเดียวกัน เหลือ 5.13 หมื่นลบ. หลัง NIM ถูกกดดันจากดอกเบี้ยเงินกู้ พร้อมมองแนวโน้มไตรมาส 2/69 ยังคงลดลงจากช่วงเดียวกัน เหตุรายได้ดอกเบี้ยส่อแววลดลงต่อเนื่อง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้มุมมองว่า หุ้นกลุ่มธนาคารทั้ง 7 แห่ง จะมีกำไรสุทธิรวมในไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 51,341 ล้านบาท ลดลง 13.1% ช่วงเดียวกัน หลังถูกกดดันจาก NIM ที่ชะลอตัวลงจากการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ในช่วงที่ผ่านมา 

แต่คาดปรับขึ้น 6.7% จากไตรมาสก่อน หนุนจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานคาดลดลง 10.6% จากไตรมาสก่อน ตามผลของฤดูกาล และการเร่งรับรู้ค่าใช้จ่ายลงทุนพัฒนาระบบให้บริการของธนาคารใหญ่ในไตรมาส 4/68 ประกอบกับคาดธนาคารจะดำเนินนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายการตลาดมากขึ้น ทำให้ Cost to Income Ratio ของแต่ละธนาคารจะปรับลดลง 

แต่อย่างไรก็ดี มองว่ายังมีปัจจัยกดดันจากรายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิที่ลดลงต่อราว 2.7% แม้สินเชื่อคาดทรงตัว แต่ NIM ยังลดลงต่อ จากผลของการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ตามดอกเบี้ยนโยบายที่ลดลงในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา และคาดการตั้งสำรองสูงขึ้น 4.3% จากการตั้งสำรองส่วนเกินเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันดิบที่ส่งผ่านไปยังภาคเศรษฐกิจจริง จนทำให้ค่าครองชีพของครัวเรือนสูงขึ้น

สำหรับแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 จะยังลดลงจากช่วงเดียวกัน จากรายได้ดอกเบี้ยที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง แต่คาดจะโตจากไตรมาสก่อน หลังเร่งตั้งสำรองส่วนเกินไว้ล่วงหน้าในไตรมาส 1/69 ขณะที่สินเชื่อรวมเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มสินเชื่อบริษัทใหญ่ตามการลงทุนที่เร่งตัวขึ้น หลังการเมืองในประเทศมีเสถียรภาพและคาดจะเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นของรัฐบาลชุดใหม่ 

ขณะที่รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยจะมีปัจจัยหนุนจากรายได้เงินปันผลรับของพอร์ตเงินลงทุนตราสารทุนเข้ามาช่วยเสริม และรายได้ค่าธรรมเนียมสินเชื่อที่ดีขึ้น หนุนให้ทั้งปี 2569 คงคาดกลุ่มธนาคารจะมีกำไรสุทธิ 231,704 ล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน  

ทั้งนี้ คงน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารที่ “เท่ากับตลาด” ผลดำเนินงานในปีนี้ทำได้เพียงทรงตัวจากปีก่อน ตาม NIM ที่ลดลงและการขยายสินเชื่อที่จำกัด แต่มองว่ายังสามารถสร้างฐานกำไรได้ดี และยังมีปัจจัยบวกจากเงินกองทุนส่วนเกินที่ทำให้ธนาคารต่างๆ ทยอยปรับเพิ่ม Div. Payout Ratio ขึ้น ทำให้หุ้นกลุ่มธนาคารเป็นกลุ่มที่ให้ Div. Yield โดดเด่นในระดับ 5-7% 

สำหรับหุ้น Top Pick เลือกเป็น BBL เพราะมีพอร์ตสินเชื่อที่ความเสี่ยงต่ำ เพราะเน้นขยายสินเชื่อในกลุ่มลูกค้าบริษัทใหญ่ที่มีฐานะการเงินแข็งแกร่งเป็นหลัก ขณะที่ปัจจุบันตลาดมองว่าดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับที่เหมาะสมแล้ว ทำให้ความเสี่ยงที่จะมีการลดดอกเบี้ยนโยบายต่อค่อนข้างจำกัดหลังจากนี้ จึงคาด BBL จะสามารถบริหารจัดการ NIM ได้ดีขึ้น จากการทยอยลดโปรโมชั่นเงินฝากประจำเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน