Talk of The Town

เทียบฟอร์ม KTB-TTB มาร์เก็ตแคปท็อป 5 ของกลุ่มธนาคาร


21 พฤษภาคม 2569

เทียบฟอร์ม KTB-TTB_S2T (เว็บ) copy.jpg

KTB-TTB เรียกได้ว่าเป็น 2 หุ้นธนาคารที่ถูกพูดจากนักลงทุนอย่างหลากหลาย หลังจากที่ข่าวลือเรื่องการควบรวมถูกพูดอีกครั้ง แต่ว่าล่าสุด TTB ก็ได้ออกมาสยบข่าวด้วยการร่อนหนังสือถึงจุดยืนการดำเนินธุรกิจที่ไม่มีแผนจะควบรวมกิจการกับธนาคารอื่นในช่วง 5 ปีข้างหน้า

แต่หากพูดถึงพื้นฐานของธนาคารทั้ง 2 ก็ถือว่ามีความน่าสนใจไม่แพ้กัน โดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ในปัจจุบันถือเป็นหุ้นธนาคารที่มีมาร์เก็ตแคปใหญ่ที่สุดในกลุ่ม ด้วยมูลค่าในปัจจุบัน (ณ วันที่ 19 พ.ค. 69) อยู่ที่ 482,174 ล้านบาท และมีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม โดยมีมูลค่าอยู่ที่ 3,918,835 ล้านบาท

ในแง่ของผลการดำเนินงานก็ยังคงเป็นรองแค่ KBANK โดย KTB ไตรมาส 1/69 มีรายได้รวมอยู่ที่ 39,472 ล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกัน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 12,437 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.2% ตามการเติบโตของสินเชื่อ และการเพิ่มสัดส่วนรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเ

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรสุทธิของ KTB ในไตรมาส 2/69 จะโตจากช่วงเดียวกัน แต่ลดลงจากไตรมาสก่อน หลังรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง แต่บางส่วนจะถูกชดเชยด้วยการตั้งสำรองที่มีช่องว่างให้ผ่อนคลายลง หลังคุณภาพสินทรัพย์ยังไม่มีสัญญาณเชิงลบเข้ามากดดัน 

ทั้งนี้ ยังคงกำไรสุทธิปี 2569 อยู่ที่ 47,031 ล้านบาท ลดลง 2.5% จากปีก่อน และคงน้ำหนักลงทุน “เก็งกำไร” เพราะราคาหุ้นมีอัพไซด์จำกัดเทียบกับมูลค่าพื้นฐานที่ 36 บาท แต่ยังมีระดับการจ่ายเงินปันผลน่าสนใจ คาดเงินปันผลงวดปี 2569 ที่ 2.02 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6.1% 

ขณะที่ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB ปัจจุบันมาร์เก็ตแคปติดอันดับ 5 ของกลุ่มธนาคาร ด้วยมูลค่าปัจจุบันอยู่ที่ 226,365 ล้านบาท (ณ วันที่ 19 พ.ค.69)  ด้านทางฝั่งของมูลค่าสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 1,682,697 ล้านบาท ซึ่งติดอันดับ 6 ของกลุ่ม

ด้านผลประกอบในไตรมาส 1/69 ก็มีรายได้รวมอยู่ที่ 16,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และกำไรสุทธิอยู่ที่ 5,169 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นไปตามรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายและต้นทุนความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด คาดแนวโน้มกำไรสุทธิไตรมาส 2/69 ของ TTB จะปรับขึ้นเล็กน้อย จากช่วงเดียวกันและไตรมาสก่อน หนุนจากการเติบโตของสินเชื่อที่ขยับขึ้นในกลุ่มเช่าซื้อรถยนต์มือหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้าและรับรู้ยอดสินเชื่อเช่าซื้อจากงาน Motor Show ที่จัดต้นเดือน เม.ย. ส่วนการตั้งสำรองคาดจะผ่อนคลายลงเล็กน้อย 

ทั้งนี้ คาดทั้งปี 2569 จะมีกำไรสุทธิ  20,727 ล้านบาท ทรงตัวจากช่วงเดียวกัน ซึ่งด้วยมุมมองที่เป็นกลางต่อผลดำเนินงานของ  TTB และราคาหุ้นปัจจุบันที่มีอัพไซด์จำกัด จากมูลค่าที่ 2.40 บาท จึงคงคำแนะนำเพียง “เก็งกำไร” โดยคาดจะจ่ายปันผลในปี 2569 หุ้นละ 0.137 บาท คิดเป็นอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่ 6%

เทียบฟอร์ม KTB-TTB_S2T (เพจ) copy.jpg